ทำไมจึงหยุดเขียน?...

posted on 06 Apr 2013 00:49 by kohsija in Diary
ก็อย่างที่เห็นนะครับ ว่า blog ผมมันร้างไปนานแสนนานมากแล้ว
 
ลองแวะเข้าไปหา blog ต่างๆ ที่ผมได้ favourite เอาไว้หลายๆ ที่ ก็มีสภาพไม่ต่างกันมากนัก
คือส่วนใหญ่ จะร้าง เลิกเขียนกันไปนาน บางท่านก็หายไปหลายปีแล้วด้วยซ้ำ
 
แน่นอนล่ะครับว่า แต่ละคนก็ย่อมมีเหตุผลของตนเอง ที่จะทำหรือไม่ทำในสิ่งต่างๆ 
รวมถึงการเขียน blog นี้ก็เช่นกัน คนจะเลิกเขียน ย่อมมีเหตุผล
 
ถ้าให้เดาของท่านอื่น บางท่านก็แต่งงานมีครอบครัว ก็อาจมีเวลาน้อยลง
บางท่านก็อาจจะเติบโตในการงาน จนกระทั่งงานอดิเรกเช่นนี้ดูจะเป็นส่วนเกิน
 
สำหรับตัวผม ไม่มีอะไรมาก นอกจากคำว่า ไม่พอ และไม่ถึง...
 
ครับ ผมรู้สึกมาตลอดว่า อยากเขียนให้ดี เขียนให้ถึง ถึงจุดที่เรียกว่ามันดี
ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ผมก็ตอบไม่ได้ว่าตกลงที่ว่าดี ตรงไหนมันถึงจะดี
 
ถ้าดูแบบ life cycle ของ blogger แบบพื้นฐานคือ
เขียนดี -> ดัง -> ได้ออกหนังสือ หรือได้ทำงานอื่นที่มีรายได้จากความสามารถในการเขียน
 
แต่สำหรับตัวผม แค่คำว่าเขียนดี ผมยังไม่แน่ใจ ดังนี่น่าจะนับว่าห่างไกล
และแน่นอน เป้าหมายว่ามันจะสร้างรายได้ให้ ยิ่งห่างใหญ่
 
ใช่ครับ ผมไม่ใช่นักเขียนที่รักการเขียนแบบเข้าเส้น
จะเรียกว่า ผมเป็นแค่ blogger แบบ wanna be ก็ได้
 
ถ้าจะให้เขียนสนุกไปเรื่อยๆ ก็ทำได้ครับ แต่ด้วยธรรมชาติที่เบื่อง่ายเกินไปของผม
ก็ทำให้ ผมรู้สึกว่า ไม่อยากทำผลงานที่มันซ้ำ ย่ำอยู่กับที่นานๆ ขนาดนี้
อยากจะทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ
 
จนในที่สุด ผมก็พบว่า เฮ้.. ผมถึงทางตันแล้วว่ะ
เหมือนว่า ผมมาไกลได้เท่านี้ ไปไกลกว่านี้มันต้องเหนื่อยไปถึงคนอื่นด้วยแน่ๆ
 
ผมเคยได้รับโอกาสนะครับ เคยได้เขียนอะไรเพื่อหาเงิน
เดาได้ไม่ยากครับ ว่าผมทำมันได้ไม่ดีนัก
เพราะถ้ามันดี ผมคงจะไปทางสายนั้นไปนานแล้ว
 
ต้องขอโทษพี่ๆ ที่เคยพยายามยื่นโอกาสให้ผมในตอนนั้น...
 
ผมไม่รู้ว่า เวลาที่ผ่านไป ทำให้ผมเติบโตขึ้นทางการคิดหรือยัง
โลกผมกว้างขึ้นไหม ผมพร้อมจะเขียนอะไรที่มันน่าสนใจหรือเปล่า
เพราะต้องยอมรับในจุดหนึ่งว่า ความรู้ผมน้อยเกินไป ทางเชิงกว้างและเชิงลึก
 
ผมให้เวลากับการอ่านหนังสือน้อยเกินไป
ทดสอบตัวเองด้วยการเขียนน้อยเกินไป
 
หรือจริงๆ แล้วคือ ผมไม่เคยพยายามทำอะไรจริงๆ เลยก็เป็นได้ #ทำเสียงแบบคนอวดผีไปด้วยนะ
 
แต่ด้วยความไม่พอใจในตัวเอง และความดันทุรังที่ไม่พอ
ย่อมส่งผลให้ blog ของตัวผมเอง ร้างไปอย่างที่เห็น
 
และที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ต้องการจะบอกอะไร หรือต้องการอะไร
 
ไม่รู้ครับ... ไม่รู้จริงๆ 
 
แค่อยากจะเขี่ยนอะไรแบบไม่เรียบเรียง พิมพ์ไปเรื่อยๆ ตามที่คิด
 
และไม่รู้ว่า ต่อไปข้างหน้า จะได้เขียนอะไรต่อ ก็ไม่รู้อีกเช่นกันครับ
 
เพราะผมใช้ชีวิตแบบไม่มีแผนมาตลอด...
 
ชีวิตคนเรามันยากนะครับ ถ้าต้องวางแผนเอง ไม่มีปัจจัยภายนอกมาช่วยเลย
 
ผมเห็นชีวิตบางคนราบรื่นและง่ายอย่างประหลาด
ทำงานก็มีคนชวนไป ทำไปก็ย้ายไปตามคนชวน
สุดท้าย ก็มีบ้านมีรถ เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียได้ไปซะเฉยๆ...
 
ชีวิตเป็นเรื่องประหลาดนัก...
 
ถ้าผมจะเขียนต่อ อาจจะยิ่งหม่นไปกว่านี้ครับ
ถ้าจะจัดประเภทการเขียน... ผมคงเป็น blogger แนวมืดหม่นปนหัวเราะฝืนๆ ล่ะมังครับ
 
ผมก็ยังอยากหัวเราะให้กับชีวิตได้นะครับ
และยังคงยิ้มให้กับมันในเวลาที่ทำได้เสมอ
 
จบยังไงดีล่ะครับ...
ถ้าไม่ตัดจบ คงจะพล่ามต่อไปอีก...
 
จบนะครับ...
 
สวัสดีครับ...

Enigma Machine กับชีวิต Analog...

posted on 15 Jan 2013 21:29 by kohsija in Just-Telling directory Diary
พอดีไปเจอ video เกี่ยวกับ Enigma Machine
มันคือเครื่องมือสำหรับเข้ารหัสข้อความ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของเยอรมัน
สนใจก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูครับ ยาวและเยอะและยาก

คลิปที่ว่า คือคลิปอธิบายการทำงานของมัน และอีกคลิปบอกว่าทำไมมันถึงถูกถอดรหัสได้




ดูอยู่นาน เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี...

ซาบซึ้งแล้วว่า ทำไมถึงไม่เรียนทาง pure math
เพราะข้าพเจ้าโง่ทางเลขเป็นอย่างมาก -_-"

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย แค่แคลคูลัสสองสามตัวก็แทบตายแล้ว

บอกตัวเองว่าคิดถูกแล้วที่ไม่เรียนสายที่ต้องคำนวนมากๆ
ไม่งั้นชีวิตคงเป็นทุกข์กว่านี้เยอะ... ปล่อยให้คนที่เขาชอบเรียนไปเถอะ -_-

...........

เห็น Enigma Machine แล้วทำให้นึกถึงยุคที่ยังไม่มี microchip เลยครับ
สมัยนั้น ทุกอย่างดูจะเป็น analog ไม่ใช่ digital แบบทุกวันนี้
มีฟันเฟือง มีสายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด

ถ้าโลกเราไม่เจอจุดหักเหให้เจอซิลิคอน ไม่สามารถผลิตชิปคอมพิวเตอร์
โฉมหน้าสิ่งของเครื่องใช้ทุกวันนี้ ก็คงไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ ครับ

อาจจะไปเหมือนในการ์ตูนที่เป็นแนว steampunk ซึ่งคงเท่ดีไปอีกแบบ
คงไม่มีโทรศัพท์มือถือเล็กๆ ไม่มี tablet หรือ iPhone ให้จิ้มกันแบบนี้

นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเราจะก้าวหน้าฉีกไปแนวไหน
เพราะโลกทุกวันนี้ ทุกอย่างกลายเป็น digital content
อะไรๆ ก็อยู่ในคอมพิวเตอร์ เป็นของเสมือนที่จับต้องไม่ได้แทบทั้งหมดแล้ว

ผมชอบอะไรที่มัน analog นะ... มันดูมีชีวิต มีการเคลื่อนไหวดี...

Introducing all CapsuleHD Channels; Performances from Mnet (M Countdown, MUST, M Sound Plex) - http://www.youtube.com/CapsuleHD13 Performances from K (Music Bank, Sketchbook, Open Concert, Gag Concert, 7080 Concert, Love Request) - http://www.youtube.com/CapsuleHD21 Performances from M (Music Core, Beautiful Concert) - http://www.youtube.com/CapsuleHD18 Performances from S (Inkigayo) - http://www.youtube.com/CapsuleHD20 Performances from MTV (MTV The Show) - http://www.youtube.com/CapsuleHD10 Other performances (JTBC, MBN, OBS, Channel A, Ystar and others) - http://www.youtube.com/CapsuleHD6 Immortal Song - http://www.youtube.com/CapsuleHD8 Latest Music Videos - http://www.youtube.com/CapsuleMVHD Old performances (allow voting) - http://www.youtube.com/CapsuleReturnHD Previous Channels (No more uploads, old videos are still available) http://www.youtube.com/CapsuleHD3 http://www.youtube.com/CapsuleHD9 http://www.youtube.com/CapsuleHD12 http://www.youtube.com/CapsuleHD15 Please subscribe all CapsuleHD's Channel

 
ครึ้มใจเปิดคลิป IU ดูครับ...
 
ครึ้มใจกว่านั้น... ลุกขึ้นเต้นตามเลยครับ...
 
หลังจากครึ้มไป 3 ท่า... ค้นพบเลยครับ...
 
ตัวเองขาดการออกกำลังกายอย่างมากครับ
การเคลื่อนไหวติดขัดมาก ขยับร่างกายไม่ได้อย่างที่ต้องการ
 
และที่สำคัญ... เหนื่อย ครับ...
 
ขยับไม่ถึงนาที เหนื่อยครับ....
 
เชวี่ยมากครับ...
 
นี่หรือร่างกายเรา...
 
ถ้าไม่ลืม จะขยับร่างกายให้มากกว่านี้ครับ...
ให้มันแข็งแรงกว่านี้หน่อย... 



eXTReMe Tracker