ยินดีต้องรับสู่โลกแห่งเวทมนตร์...
Harry Potter and the Goblet of Fire แปลอย่างเป็นทางการว่า... แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี...
บางคนอาจจะฟังแล้วอาจจะนึกภาพว่าเป็นถ้วยหิน เพราะเอาไปเทียบเคียงกับคำว่า หินอัคนี จริงๆ แล้วคำว่า อัคนี แปลว่า ไฟ ครับ หินอัคนี คือหินที่เกิดจากไฟ นั่นคือหินภูเขาไฟนั่นเอง...
ก็นับว่าเขาแปลได้ถูกต้องแล้วครับ... แต่ถ้าให้ผมแปล ก็ขอแปลว่า... น้องขน หน้าหม้อ ภาคแก้วเหล้าไฟไหม้... เพราะ Goblet แปลว่า แก้วเหล้าทำด้วยแก้ว หรือโลหะ Goblet of Fire จึงแปลว่า แก้วเหล้าไฟไหม้นั่นเอง...
จริงๆ ก็หาไม่ยากเนอะ ผับเธคตาม RCA ก็มีขาย ไม่รู้จะไปแข่ง ไปแย่งกันทำไม... ไม่เชื่อสั่ง vodka แบบ shot แล้วจุดไฟดิ... Goblet of Fire ชัดๆ เลย...
ข้อมูลสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนอ่านต่อไปคือ
ผมไปดูด้วยตั๋วสมนาคุณครับ เรียกว่าดูฟรีก็ได้ ผมได้ดูหนังเรื่องนี้มาต่อเนื่องทุกภาค ผมไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน แม้แต่ภาคเดียว ผมไม่ได้ศึกษาเรื่องราวในเรื่องมาก่อน เริ่มกันเลยครับ... เดินเข้าโรง...
ดูที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว โรงธรรมดา ไม่ใช่ระบบ DTS เพราะตั๋วฟรีเป็นชนชั้นสอง ไม่มีสิทธิ์เลือก ต้องเลือกรอบระบบเสียง Dolby ธรรมดาครับ...
ได้ที่นั่งเอียงซ้าย ไม่ค่อยดีนัก ขนาดว่ารอเป็นสัปดาห์ให้คนน้อยลงก่อน ก็ยังมีคนมาจองกันเพียบ...
เริ่มเปิดโรง เข้าไปดูตัวอย่างหนังคิงคองไม่ทัน เสียดายครับ... แต่ก็ได้ดูโฆษณา Happy ชวนปิดมือถือในโรงหนัง ที่ชอบมากครับ...
เริ่มเข้าหนังด้วยฉากการเดินทางไปชมการแข่งขันควิชดิชระดับโลก... ที่ทำให้รู้ว่า พระเอกและเพื่อน ยังเป็นพ่อมดด้อยพัฒนา เรียนมาปีที่ 4 แล้ว ยังงี่เง่า ตกตุ๊บลงพื้นอย่างแรง ในขณะที่ชาวบ้าน เขาค่อยๆ ลงมาช้าๆ ยืนอย่างสวยงาม...
ชอบสนามแข่งครับ เข้าใจทำดี ดูอลังการ มีการเปิดตัว ตัวละครวิคเตอร์ ครัม ว่าเก่งจังเลย... แต่ว่าเน้นโชว์แต่การเปิดตัวผู้เล่น ยิงพลุปุปะ อะไรก็ไม่รู้ กับการหาเรื่องกันของพระเอกกับพ่อของมัลฟอยด์ แกงค์หัวหงอก สรุปแล้วไม่ได้ดูการไล่ล่าควิชดิชให้หายอยากแม้แต่น้อย...
อยู่ดีๆ ตัดมานอนในเตนท์วิเศษอีกที อยู่ดีๆ ก็มีคนบอกให้หนี วุ่นวายๆๆๆ ออกไปเจอคนบ้าไล่เผาเต๊นท์ชาวบ้านไปทั่ว... (อะไรฟะ...) พระเอกดันซื่อบื้อ วิ่งหนีเขาไม่ทัน เจอชนสลบไปซะงั้น... (โง่ซ้ำซ้อน...)
กำลังสงสัยว่าไอ้บ้านั่นทำไมต้องยิงสัญลักษณ์หัวกระโหลกลิ้นงูด้วย ยิงเรียกพวกเหมือนหนังจีนก็ไม่ใช่ ไม่เห็นมีใครมาช่วยมันเลย จะว่ายิงแล้วคุยกับมันได้ ก็ไม่ใช่ มันก็เหมือนสัญลักษณ์ธรรมดา สรุปแล้วมันทำไปเพื่ออะไร ยังสงสัยจนบัดนี้...
สรุปว่างานแข่งล่ม พระเอกยกพวกกลับโรงเรียน อยู่ดีๆ ไม่มีปีมีขลุ่ย ครูใหญ่ ซึ่งภาคนี้ดูเสียจริต ลุกลี้ลุกลนมาก ก็ประกาศว่า โอ้ว... เราเป็นเจ้าภาพแข่งกีฬารักสามเส้า...
ต่อมาก็มีอีกสองโรงเรียนที่ไร้ที่มาที่ไปโผล่มา อันนึงโผล่มาจากน้ำ อีกอันบินมากับรถพ่วงม้าบิน เชื่อป่ะ ป่านนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าอันไหน มันของโรงเรียนไหน จะว่าพวกรัสเซียสุดโหดมันมากับม้าบินสวยหวานก็ใช่ที่ เลยเดาๆ เอาว่ามันมากะเรือดำน้ำ...
แล้วก็แหกม่านประเพณีบุกเข้ามาตอนเขากำลังพูดกันอยู่ ไร้มารยาทมากๆ โรงเรียนแรกที่เข้ามา เป็นพวกสาวๆ หัว QP... ที่เดินได้แก่แร่ดมาก... เดินมาทำเสียง "อะ ฮ้า....." ซ้ายที ขวาที... (อะไรของมันฟะ....) ชอตนี้ปวดหัวจี้ดๆ เลยครับ... ไม่เข้าใจว่าทำเพื่ออะไร...
ตามมาด้วยการเปิดตัวของอีกโรงเรียน คราวนี้มาเหมือนกองทัพรัสเซ๊ย เอาไม้พลองเดินตำไฟแลบไปเรื่อยๆ ก็น่าสนใจดี... แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโชว์ปาหี่พ่นไฟออกจากปากด้วยเนี่ย... จะเผาโรงเรียนเขากันเหรอ... ชอตนี้ไมเกรนเริ่มจับขมับซ้าย จี๊ด จี๊ด.....
และก็มีเรื่องให้สงสัยอีกอย่าง... พวกที่มามันไปนอนกันที่ไหน... โรงเรียนมีที่ว่างเหลือเยอะเหรอ แล้วแยกที่พักชายหญิงป่ะ จะมีเช่าห้องอยู่ด้วยกันเหมือนนักศึกษาไทยมั๊ย... คำถามสารพัดเริ่มประดังเข้ามา...
ตัดไปถึงตอนเปิดตัวแก้วเหล้าไฟไหม้... ไม่รู้ว่าจินตนาการคนเขียนเขาจะให้มันเป็นแก้วเล็กๆ เหมือนคำว่า Goblet หรือเปล่า หรือว่าจะใหญ่ตึ้มเหมือนถ้วยวิมเบิลดัน เหมือนในหนัง ชอบไฟสีฟ้า เท่ดี ดูแล้วประทับใจมาก... แต่ได้ข่าวว่าแก้วนี้มีที่มาที่ไป แต่ในหนังก็ไม่กล่าวถึง ดูแล้วงงมาก...
ตัวละครภาคนี้ออกมาเยอะมาก แต่ได้พูดกันคนละไม่กี่คำ เหมือนเป็นละครการกุศล ที่ดารารับเชิญได้พูดแค่ประโยคเดียว คิดแล้วเซ็งจิต สุดบรรยาย...
แล้วก็มาถึงตอนเริ่มแข่ง...
อะไรก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ก็มีคนมาบอกพระเอกให้รู้นั่นรู้นี่ เหมือนกับขี้เกียจผูกปมเรื่องแล้ว เอาง่ายๆ ว่า มีปริศนาอะไรขึ้นมา ก็ให้มีคนมาบอกซะ มันจะได้เดินเรื่องต่อได้ ไม่รู้อันนี้เป็นความหมดมุกของผู้แต่งเรื่องหรือเปล่า แต่ว่ามันทำให้พระเอกยิ่งดูไม่ได้เรื่องเข้าไปใหญ่ ดูแล้วเซ็งมาก...
ตอนด่านแรก ชิงไข่ทอง มังกร ไม่ได้รู้เลยว่าสองสามคนแรกที่ไปชิงไข่ ทำอะไรถึงชิงมาได้ แต่ละคนเก่งด้านอะไร มีความน่ากลัวตรงไหนก็ไม่รู้ สรุปว่าหนังให้เดาเอาเอง... ตรงนี้เสียรสมาก คนดูไม่มีความลุ้นในการแข่งเลย...
พระเอกออกไปก็เหมือนเด็กง่อยใช้เวทมนตร์ไม่เป็น กว่าจะขยับไม้คฑาวิเศษได้ ก็แทบจะโดนงับหัวหลุดไปแล้ว ไอ้คาถาบทที่ภาคที่แล้วยิงแสงบี๊บๆ ได้เนี่ย ลืมไปแล้วเรอะ เห็นภาคก่อนๆ ยังเก่งอยู่เลย ทำไมภาคนี้เหมือนเด็กเรียนใหม่ ไม่รู้บริษัทหนังมันขี้เกียจลงทุนทำ special effect หรือเปล่า... แต่คนดูเซ็ง...
สรุปก็เอาไข่มาได้ แต่เปิดแล้วมีเสียงแหลมแป๊ด... ช่วงที่กำลังนึกอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องเปิดภายในเวลาเท่าไหร่ก็ไม่บอก อยู่ดีๆ ก็มีคนมาบอกวิธีเปิดเฉยเลย... ให้ไปเปิดในน้ำร้อน... ไข่ลวกสำเร็จรูป....
ขึ้นไปถึงก็ไปเปิดก๊อกน้ำร้อนอาบเฉย... ทำไมเปิดคราวนี้มันไม่ตกตุ้บลงไปที่ Secret Chamber ก็ไม่รู้ เผื่อจะไปเจองูยักษ์ตัวเก่าภาค 2 จะได้โดนแย่งกินไข่ทองไปอีก สนุกไปอีกแบบ...
เอาเป็นว่าผมก็เพ่งจ้องหัวนมแฮรี่ ตามคำยั่วยุของป๋าบิ๊คจนได้.... เป็นน้องขนจริงๆ ด้วย...
และวิญญาณโถส้วมภาคนี้หื่นกามมาก.... ภาคก่อนแค่ร้องน่ารำคาญ กับลอยไปลอยมา เหมือนเด็กเอ๋อ แต่ภาคนี้พูดจารู้เรื่อง แถมมีแววอยากจะทำอะไรที่ทำไม่ได้ด้วย... จริงๆนะ...
ก็เลยรู้ว่าด่านต่อไป ต้องลงน้ำ...
แต่ที่ยังสงสัย คือทำไมต้องเอาคนลงไปแช่น้ำเป็น "ของ" ที่ต้องเอาขึ้นมา แล้วใครเป็นคนจับเด็กไป ทำไมโหดโคตรขนาดนี้ อยู่ดีๆ จับเด็กวัยทีนเอจ ไปทำเป็นหุ่นขี้ผึ้ง (เพลงประกอบ) ในห้องมีหุ่น... ท่านเจ้าคุณไล่ปล้ำเจ้าหญิง... หุ่นชาวนาทำหน้าเหมือนลิง... (มุกห้องหุ่นช่องเจ็ด คนอ่านเกิดทันภาคแรกกันป่ะเนี่ย... ไม่งั้นแป้กรับประทานแน่...) ตอนดูน้อง โช แชง โดนช่วย เหมือนดูหุ่นผีเลยอ่ะ.... น่ากลัวสยองขวัญมาก... หนังซีดๆ ตัวแข็งๆ... โอย... ฮอลลีวู้ดป่วยหนัก...
พระเอกก็ยังคงใช้เวทมนตร์ไม่เป็นอยู่ดี น่าจะให้โดนรีไทร์ออกไปซะ คนอื่นเขาใช้เวทมนตร์สร้างฟองอากาศมั่ง แปลงเป็นฉลามมั่ง พระเอกต้องมาพึ่งหญ้าเหงือกปลา อะไรก็ไม่รู้ ไม่มีที่มาที่ไปมาก่อน รู้แต่ว่ากินเข้าไปแล้วดันมีเหงือกเป็น water world เลย แถมเท้าหลายเป็นตีนกบอีก แต่ดูแล้วสยองมากๆ.... เหมือนดูผีกัปปะฝรั่งว่ายน้ำเล่นเลย...
ตอนหลังพระเอกแสดงความมีน้ำใจ ช่วยสองคนขึ้นมาพร้อมกัน เลยโดนสาว เฟลอร์ เดอลากูร์ หอมเข้าให้... ฐานช่วยน้องสาวเธอขึ้นมาด้วย... แต่ก็ไม่ทำให้ความรู้สึกคนดูดีขึ้นมาได้... แค่หอมเองเหรอ ไม่ French Kiss ฟะ...
ถ้าจำไม่ผิด อยู่ดีๆ ก็มีการประกาศว่าจะจัดงานเต้นรำ ช่วงนี้น้องขน แสดงความหน้าหม้อออกมาอยางแรง คิดจะเคลมน้อง โช แชง (หรือโจ จาง..?) ให้ได้... แกล้งไปเดินบังทางออกประตู แล้วชวนเขาเป็นคู่เต้น เสียดายน้องโชมีคู่แล้ว พระเอกเลยหน้าแหกหมอไม่รับเย็บ ถ้ามีเพื่อนอยู่แถวนั้นคงโห่เสียความมั่นใจไปอีกนาน...
วันจัดงานเต้น ไอ้เราก็นึกภาพซะอลังการ ให้สมกับการรอคอย... ที่ไหนได้ ไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่ เต้นกันหยอยๆ จับเอวยก ดูเนิบๆ เกือบหลับ ไปดูหนังเต้นๆ สมัยก่อนที่งานเลี้ยงมัธยมเต้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ยังสนุกกว่าอีก
ฉากนี้ลำเอียงเอาซะเฮอไมโอนี่สวยเด้งอยู่คนเดียว นอกนั้นตัวประกอบชัดๆ... แถมโดนครัมเอาไปกินอีก... โอย... หมีรัสเซียไร้อารมณ์.... เซ็งมากๆ... ไม่อลังการ ไม่สวย ไม่ได้เรื่อง...
ถัดมาด่านสาม ด่านสุดท้าย เข้าเขาวงกต ต้นไม้ ดูแล้วนึกถึงสวนหลวง ร.9 เลย ที่สวนมีด่านเขาวงกตแบบนี้ให้เดินเล่นด้วย ลองไปเดินกันดูสิครับ... ผมโง่อ่ะ เดินหลงด้วย...
ช่วงนี้ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่ามันจะเจออะไรกันแน่ แล้วทำไมเจ้าครัม ถึงได้กลายเป็นผีต้อกระจก ไล่ฆ่าชาวบ้าน ในขณะที่คนอื่นไม่เป็น จะว่าโดนหมอกพิษสะกดจิตเหรอ หรือว่าเผลอไปกินอะไรในนั้นเข้าก็ไม่บอก ปล่อยให้คนดูงงต่อไป...
ทางเดินก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางจุดก็บีบเข้าหากัน ไม่รู้ว่าใครสั่งให้ไม่ใช้เวทมนตร์หรือเปล่า ไม่เห็นตั้งใจใช้กันเลย เป็นผมจะยิงไฟเผามันให้หมด เกะกะนัก จะมาเดินหลงให้งงทำไมก็ไม่รู้...
และที่งงสุดๆ รากไม้ในนั้นมันจะลากคนไปทำไม มันกินคนเหรอ หรือว่ายังไง เห็นมันลากน้องเฟลอร์เข้าใต้พุ่มไม้ไปเฉยๆ แต่สุดท้ายเธอก็โผล่มา ไม่ตาย.... เลยงงว่ามันจับไปทำอะไร เพื่ออะไร งง งง งง...
ช่วยกันไปช่วยกันมา น้องขนกับเซดริก ก็วิ่งเข้าไปจับถ้วยพร้อมกัน เลยโดนดูดจ๊วบไปโผล่ตรงที่เขาทำพิธีชุบชีวิตโวลเดอมอร์ซะงั้น ตรงนี้พอเข้าใจได้...
แต่พระเอกก็แสดงความไม่เอาไหนอย่างไม่หยุดยั้ง ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง โดนจับกรีดเอาเลือดไปต้มเฉย เซดริกก็ต้องมาตายเพราะมันอีก ถ้ามันเปลี่ยนใจแทงตัดขั้วหัวใจซะก็ดี จะได้ไม่ต้องดูภาคต่อไป ตายซะ...
โวลเดอมอร์ก็คืนชีพ แล้วก็อยากประลองกับหนูขน เลยสู้กันสนุกสนาน ยิงลำแสงปะทะกัน แล้วก็ บลา บลา บลา ไม่รู้เรื่องเลย... แต่เห็นวิญญาณพ่อแม่น้องขนมาพูด บลา บลา บลา วิญญาณ เซดริกบอกให้เอาร่างตูกลับไปด้วย อย่าทิ้งฉันไว้ เดี๋ยวฉันกลายเป็นผีเร่ร่อน...
พระเอกกลับมาได้ เป็นผู้ชนะ ที่ไม่น่าภูมิในซักนิด เพราะไม่ได้แก้ปัญหาเองซักข้อ มีคนช่วยตลอด... ฉากนี้พ่อของเซดริกเข้ามากอดศพลูก.... เศร้าจริงๆ... ชอตนี้สอบผ่าน นอกนั้นสอบตก...
แล้วก็จบแบบหนังสำหรับครอบครัว ผู้คนร่ำลากัน ฝากที่อยู่ให้กัน ขอให้เขียนหากัน
พร้อมประโยคคุยกันที่พาให้สงสัยว่ามันจะไม่เจอกันอีกแล้วเหรอ ทำไมต้องให้เขียนถึงกัน มันเรียนจบกันแล้วเหรอ ฯลฯ
แล้วใครบอกผมทีว่าน้ำยาสรรพรสใช้ทำอะไร มันใช้แปลงร่างเป็นคนอืนหรือเปล่า เพราะไม่เห็นมีบอกเลยว่ามันใช้ทำอะไร ผมยังนึกว่ามันใช้ปรุงอาหารอยู่เลยเนี่ย...
โอ๊ย... พอที สรุป สรุป สรุป...
สรุปนะ...
เป็นภาคต่อที่ทำได้งงแบบสุดๆ ไม่บอกที่มาที่ไป ไม่ให้เหตุผล คนไม่เคยอ่าน ไม่ควรไปดูเลย เพราะจะไม่รู้เรื่อง
ภาคนี้สอบตกเพราะ...
ไม่มีฉากเล่นควิชดิชให้ตื่นเต้น... ไม่มีการเรียนการสอนวิชาใหม่ๆที่น่าสนใจ ภาคที่แล้วยังมีเรียนควบคุมม้าหัวนกเลย มีปลูกต้นไม้ที่รากมันร้องแหกปากด้วย ภาคนี้ไม่มีเลย ไม่มีเหตุผลรองรับ ผูกเรื่องหลวมโพลกเพลก เวทมนตร์แปลกๆ โผล่มาน้อยมาก ขนาดขี่ไม้กวาดยังมีฉากเดียว ไม่ค่อยมีสัตว์ประหลาดให้ดูเท่าไหร่ สิ่งเดียวที่คิดว่าดีคือ การได้เข้าไปดูตัวละครที่เรารักเติบโต เห็นว่าเขาเป็นอย่างไร สบายดีไหม...
เหมือนคนรู้จักกันมาหลายปี แค่เจอกันปีละครั้ง จะทำไม่ได้เชียวหรือ...
ออกจากโรง ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง... ไม่นานขนาดทำให้กระเพราะปัสสาวะระเบิดเหมือน Lords of The Rings
แต่ก็ยังยืนยันคำเดิม... ภาคนี้แย่...
ปล. ขออภัยที่ไม่ละเอียด เพราะจำไม่ค่อยจะได้แล้ว ไมเกรนจะกินเพราะมัน...