Lets-Thinks

ยิ้มเปลี่ยนโลก...

posted on 28 Jun 2011 20:39 by kohsija in Lets-Thinks

คุณคิดว่าคุณต้องเป็นคนยิ่งใหญ่แค่ไหน ถึงจะสามารถจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้? จำเป็นไหมที่จะต้องมีอำนาจ เป็นผู้นำประเทศ หรือมหาเศรษฐี ถึงจะสร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้ได้ ความเปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ยาก หรือมีมูลค่ามหาศาล เพียงสิ่งเล็กๆ จากหลายๆ หน่วย ที่รวมตัวกันอย่างสอดคล้อง ก็อาจจะก่อให้เกิดสิ่งใหญ่ๆ และส่งผลอย่างยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน

ทุกวันนี้เราตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกว่าโลกนี้มันเลวร้ายลงทุกวัน แต่ด้วยความจริงว่าโลกนี้ประกอบจากผู้คน โลกจะดีหรือจะไม่ดี ก็เกิดจากผู้คนในโลกนี้นั่นเองที่ร่วมกันทำ มองในแบบที่ว่าโลกใบนี้บรรจุหน่วยของความสุข และหน่วยของความทุกข์อยู่ แทนที่เราจะได้แต่พร่ำบ่นถึงความไม่ดีของโลกและหลับไปด้วยความรู้สึกหมดหวังต่อโลก เราน่าจะเริ่มทำอะไรดีๆ เพื่อเติมหน่วยความสุขให้กับโลกใบนี้จะดีกว่า

ประเทศไทย เคยได้ชื่อว่า The land of smile หรือ สยามเมืองยิ้ม ชื่อที่คนต่างชาติรู้จักกันดี แต่ทุกวันนี้มองไปทางไหน กลับหารอยยิ้มบนใบหน้าของคนไทยได้ยากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้คนไทยต้องอยู่ในสภาพที่อมทุกข์ และพากันปลดปล่อยบรรยากาศแห่งความทุกข์ออกมารอบๆ ตัว คนสมัยนี้ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อความสุขชั่วคราว เช่นดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ เราวิ่งหาความสุขแบบดึงเข้าหาตัว เสพสื่อบันเทิงเพื่อให้เกิดความสุขกับตัวเราเพียงเท่านั้น แต่กลับไม่สามารถแบ่งความสุขนี้ให้กับคนรอบข้างได้ หรือได้แบบที่ลำบากสิ้นเปลือง หลงลืมการแบ่งปันความสุขแบบง่ายๆ ที่ทำได้ทันที และฟรีด้วย นั่นคือการ “ยิ้ม”

            การยิ้มทางกายจะส่งผลให้เกิดความสุขทางใจได้ หรือแม้แต่การเห็นคนอื่นยิ้มตัวเราก็พลอยจะมีความสุขไปด้วย และเคยสังเกตไหมว่า รอยยิ้มและความสุขเป็นเหมือนโรคติดต่อ ที่แพร่ไปได้โดยง่าย เพียงแค่เรายิ้ม และคนอื่นมาเห็นเรายิ้ม เขาก็อาจเผลอยิ้มตามไปแบบไม่รู้ตัว นั่นคือเราได้กระจายความสุขให้กับเขาได้สำเร็จแล้ว และถ้าคนๆ นั้น ไปยิ้มให้คนอื่นเห็นอีก รอยยิ้มก็จะแพร่กระจายออกไปแบบทวีคูณ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพัน ได้โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย นอกจากรอยยิ้มอย่างมีความสุขของคนเพียงหนึ่งคน

            เราสามารถเปลี่ยนตัวเอง ให้เป็นเครื่องมือเผยแพร่ความสุขได้ง่ายๆ โดยการเรียกรอยยิ้มและความสุขให้มาอยู่กับเราทุกเช้า เพียงติดภาพรอยยิ้มที่เราชอบหรือคำว่า “ยิ้ม” ไว้บนกระจกบานแรกที่เราจะส่องทุกเช้า เตือนตัวเองให้เริ่มต้นวันด้วยการยิ้มให้กับตัวเองก่อน เรียกพลังแห่งความสุขให้ตัวเอง ปล่อยความเครียดและความทุกข์ให้เป็นของวันที่ผ่านไปแล้ว และสัญญากับตัวเองว่าจะส่งพลังแห่งความสุขนี้ ผ่านรอยยิ้มของตัวเอง ไปยังผู้อื่น อย่างน้อยวันละ 5-10 คน โดยช่วงแรกอาจเริ่มจาก 1-2 คนก่อน และค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามวันที่ผ่านไป โดยยิ้มให้กับคนแปลกหน้าที่บังเอิญสบตากันตอนยืนรอรถโดยสาร ตอนติดไฟแดง ตอนขึ้นลิฟต์ หรือระหว่างเดินไปทำงาน และไม่ลืมยิ้มให้คนที่เรารู้จัก คนที่เราทำงานด้วย เพื่อให้เกิดยิ้มติดต่อกันแพร่ไป และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนพลังแห่งความสุขให้กันและกันทั้งคนที่รู้จักกัน และไม่รู้จักกัน

ง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็นับว่าได้สร้างความสุขแบบง่ายๆ ให้กับตัวเองและคนรอบข้างได้แล้ว เป็นการเปลี่ยนสังคมให้มีหน่วยความสุขเพิ่มขึ้นแบบง่ายๆ เริ่มจากตัวเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปยังสังคมระดับใหญ่ได้แบบไม่รู้ตัว และไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลย เรามาเพิ่มหน่วยความสุขให้กับโลกใบนี้ด้วยกันเถอะ...

ง่ายๆ แค่ยิ้ม...

ไทย 3 ก๊ก...

posted on 07 Apr 2010 20:32 by kohsija in Lets-Thinks

หัวค่ำ คิดแนวเกม Real-time Strategy ได้ตัวนึง

ชื่อยังไม่คิด เอาชื่อชั่วคราวว่า "ไทย 3 ก๊ก"

  • "ไทย 3 ก๊ก" มี 3 ฝ่ายคือ แดง,เหลือง,รัฐ แล้วก็ตีกันเหมือน starcraft
  • ฝ่ายรัฐจะมีอาวุธพร้อม และตั้งรับดี แต่ด้อยด้านการเคลื่อนที่ออกตีนอกสถานที่
  • ฝ่ายแดง เน้นอาวุธทำเอง ระเบิดปิงปอง เสาธง เน้นปริมาณ ปั๊มคนเร็ว และเคลื่อนที่ออกตีได้กว้าง
  • ฝ่ายเหลือง เด่นด้านกองหนุนเยอะ เสบียงไม่มีขาด เน้นโจมตีด้วยการคามิคาเซ่ และเข้ายึดฐานศัตรู
  • ทำเป็น 3 เผ่า แล้วก็วางกฎการได้มาซึ่งทรัพยากร เงิน,อาหาร,กำลังคน,อาวุธ
  • ในขณะโจมตี ก็จะมีเผ่า แอ๊บขาว ที่คอยเปลี่ยนฝ่ายไปเข้ากับพวกที่ได้เปรียบ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนได้ตลอด พลิกผันมาก
  • แดงเป็น Zerg, รัฐเป็น Terran, งั้นเหลือเหลืองเป็น Protoss

มีคนช่วยเสริม

  • รัฐปกป้องทำเนียบ แดงปกป้องดาวเทียม เหลืองปกป้องสนามบิน? via @kahonoii
  • ทำ World Of WarCraft : Map รัฐสภาง่ายกว่าไหม บังคับ hero อย่าง หมอเหวง พี่กีร์ พี่มาร์ค สนธิ ทักษิณ มาตีกัน via @mormmam
  • ฝ่ายรบ. ขุดแร่ +20% สร้างทหารเร็ว 10% เคลื่อนไหวช้า -10% via @mormmam
  • ฝ่ายหนึ่งกันทำเนียบ อีกฝ่ายนึงกันราชดำเนิน มีคลองกั้นกลาง ตรงกลางมีสะพานผ่านฟ้า ด้านซ้ายมีสะพานหัวช้าง ด้านขวาทางด่วนไว้ยิงM79 via @mormmam

...

ถือว่ามา ignite แนวคิดไว้เฉยๆครับ

บริหารสมอง ลองคิดแบบปลายเปิด ก็สนุกดีครับ

คนเรานั้น เวลาที่มีผู้อื่นมาถ่ายทอดอะไรให้

ผู้มีปัญญา ควรจะทำสิ่งใด ระหว่าง...

1. พิจารณาว่าสิ่งที่เขาบอกเรานั้นมีประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์อย่างไร

2. คิดจับผิดว่าคนที่กำลังพูดนั้น ทำได้อย่างที่พูดหรือไม่

...

ถ้าเป็นเช่นข้อ 2 นั้น ก็จงอ่านแต่หนังสือ เพราะหนังสือไม่เคยทำผิด

มนุษย์ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100%

ต้องเคยผ่านประสบการณ์ดีร้ายกันมาแล้วทั้งนั้น

สิ่งใดเห็นว่าดี เราก็ควรเรียนรู้จากเขา
สิ่งใดเห็นว่าไม่ดี เราก็ยิ่งควรจะเรียนรู้จากเขา เพื่อไม่ต้องพลาดซ้ำอีก

...

ผู้ที่ตัดสินคน และปิดกั้นไม่ยอมรับสิ่งที่มีประโยชน์เพียงเพราะอคติส่วนตัว

จะนับว่าเป็นผู้มีปัญญาได้อย่างไร...



eXTReMe Tracker