Conspiracy

นิทาน ไว-แม็กซ์... [conspiracy]

posted on 29 Sep 2008 20:35 by kohsija  in Conspiracy

กาลครั้งหนึ่ง ณ พาราสารขัณฑ์ อันไกลโพ้น
ยังมีเมืองหลวงอันรุ่งเรืองไพศาล นามกระเดื่องว่า เต้บนคร

ครั้นถึงเวลาเวียนมาบรรจบ 4 ปี ครั้ง ดั่งกงเกวียนกำเกวียน
ก็จะได้ฤกษ์งามยามเหมาะ เพื่อคัดสรรเลือกเจ้าเมืองคนใหม่

โดยให้เหล่าผู้ต้องการจะรั้งตำแหน่งเจ้าเมือง
พากันมาเสนอตัว แลเสนอนโยบายในการบริหารบ้านเมืองให้บริบูรณ์

ในหมู่ผู้ที่มาเสนอตัวเสนอตนทั้งชายหญิง หลายสิบคนนั้น
มีทั้งผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองคนเก่า แลผู้ประสงค์ได้เป็นเจ้าเมืองแต่ครั้งเก่าก่อน

บางผู้ก็มาด้วยสารพัดวิธีแปลกประหลาดประหนึ่งผู้เสียสติไม่ไคร่สมประดี
บางทีก็มาด้วยลักษณะขึงขัง ดั่งนักรบผู้พรั่งพร้อมด้วยศาตราวุธแลอาคมกล้า

ครานั้น ยังมีบัณฑิตผู้หนึ่ง มีความรู้ความสามารถเหลือล้น
ประกาศเสนอตัวเข้ามาเพื่อรับการเสี่ยงทายเลือกเจ้าเมือง

จากสรรพวิชาวิทยาการที่ได้ไปศึกษายังต่างบ้านต่างเมือง
ทำให้สามารถเสนอแนวทางที่ถูกอกถูกใจเหล่าไพร่บัณฑิตเป็นอันมากได้

รวมถึงสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ใดหาญกล้าจะนำพามาก่อน แม้แต่วาณิชอันดับหนึ่ง
คือ ไว-แม็กซ์ ที่ไพร่ฟ้าหน้าใสในเมืองกว่าค่อน ไม่เคยได้ยินมาก่อน

มาจะกล่าวไป  ไว-แม็กซ์ นั่นไซร้ หาใช่ของประหลาด
แต่เป็นการเพิ่มความสามารถแลขอบเขตแห่งการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพียงนั้น

ด้วยมายาคติแห่งการเอาชนะคะคาน จะหาสิ่งใดมาทาบรัศมี ไว-ไฟ ประชานิยม
อันเจ้าเมืองผู้รั้งนครคนก่อน ใช้เพื่อสร้างกระแสถูกใจเหล่าบัณฑิตได้

คงจะมีแต่ ไว-แม็กซ์ ที่ไวกว่าร้อยเท่า(ในทางนึกคิด) เพียงอย่างเดียวนี่ละมัง
ที่พอจะใช้ต่อกรประดาบได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

แม้เหล่าบัณฑิตทั้งหลายจะกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้อยากลองโดยพลันเพียงใด
อย่าลืมว่าสิ่งดังว่า ยังคงเป็นแค่ข้อทดลองในบางพื้นที่ของขอบขัณฑ์แต่เท่านั้น

การจะลงทรัพย์เพื่อให้เกิดมีขึ้น คงจะต้องเสียงบประมาณแลเงินภาษีเบี้ยจังกอบ
ที่เหล่าเราไพร่ฟ้าแลวาณิชทั้งหลายร่วมกันจ่ายสมทบไปเป็นอันมาก

มิไพล่ไปกล่าวถึงเวลาอันยาวนานกว่าที่เรานึกคิดนัก กว่าที่มันจะบังเกิดมี
ลองนึกถึง ไว-ไฟ ดูที ป่านนี้กี่เพลาแล้วที่ยังคงใช้ได้แบบลุ่มๆดอนๆ

กว่าความฝันอันดำรินี้จะเกิดเป็นจริง
คงจะได้ผ่านพ้นสมัยแห่งท่านเจ้าเมืองไปแล้วเป็นแน่

และถ้าเจ้าเมืองคนต่อไปมารั้ง แต่ไม่สนองต่อนโยบายนี้
มิไยเสา ไว-แม็กซ์ คงจะกลายเป็นอนุสาวรีย์อนาถา
ให้เหล่าวาณิชมีจะกินบางพวก เหมาต่อถูกๆ ไปใช้ต่อกันแบบแทบได้เปล่า

ฤๅต่อให้บังเกิดได้จริงไม่อิงนิยาย มีแต่เสาไม่มีเครื่องรับจะได้ไฉน
เหล่าไพร่ฟ้าหน้าแห้ง ก็ต้องไปซื้ออุปกรณ์ใหม่มาเพื่อใช้มันอีก
อันเงินตราจะไหล่บ่าออกนอกนครพาราเป็นอันมาก

รวมถึงไม่อยากนึกว่า เหล่าวาณิชแลญาติมิตรของท่าน
จะเตรียมพร้อมเต็มกำลังในการนำสินค้า ไว-แม็กซ์ เข้ามาขายในไม่ช้านาน

จะกลายเป็นตำนานผลาญภาษีละลายมหานทีไปอีกครั้ง...

...

เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมุติ และจินตนาการ
ไม่มีเจตนาโจมตีหรือให้ร้ายใคร

เราแค่คิด เพราะเรามีสิทธิ์ที่จะคิด... และมัน Conspiracy...

เขายอมให้พันธมิตรยึดทำเนียบ เพราะอะไร

เพราะถ้ายึดไปนานพอ
ก็จะมีข้ออ้างว่าไม่มีที่จัดงานสำคัญ

ต้องสร้างใหม่ อย่างเร่งด่วน
คนที่ไม่ให้ความร่วมมือ ก็กลายเป็นพวกไม่รักชาติ

ทำเนียบเก่า ก็จะกลายเป็นที่ทำการของพันธมิตรอย่างถาวรต่อไป

สวัสดี 70-30

สะบายดี สปป.ไทย

Conspiracy...

เรื่องทั้งหมดเป็นเหตุการณ์สมมุติ...

ณ ประเทศสมมุติแห่งหนึ่งปลายคาบสมุทรที่สมมุติว่าชื่อเอเชีย
ในประเทศนั้นนิยมการยักยอกฉ้อราษฎ์บังหลวง

วันดีคืนดี ก็มีพ่อค้ากล้องวงจรปิด นึกอะไรมิดีมิร้ายขึ้นมาได้
ก็เลยไปร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ประจำเทศบาล

ร่วมกันจ้างไอ้ปื้ดที่ไหนก็ไม่รู้ ไปขโมยไม้เท้าไปจากรูปปั้นโฟรโด้
โดยสั่งว่าต้องทำให้ดูไม่เนียนทีสุด กระทืบให้นิ้วโฟรโด้หัก ชายเสื้อบิ่น

ส่วนรูปปั้นของ J.R.R.Tolkien อย่าไปยุ่ง อันนั้นเขามีไว้ขอหวย

หลังจากขโมยเสร็จ ก็ไปโวยวายกับผู้ว่าจังหวัด
ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ๆ เข้าไว้ โดยผู้ว่าก็เรียกนักข่าวมาชุมนุม

บอกว่าคนแจ้งเรื่องเป็นเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอุทยาน Tolkien

แต่ไอ้ตอนที่ผมไปเที่ยว ไม่เห็นมีหมาที่ไหนอยู่ซักตัว
ตึกด้านหลังก็สร้างไว้ปิดร้าง ไม่มีความรู้หรืออะไรให้คนไปชมซักนิด
มีแต่กระถางธูปให้จุดขอหวย... อุ้ย ลืม เรื่องสมมุต...

หลังจากออกข่าวประโคมให้เป็นเรื่องใหญ่วันกว่าๆ
อย่างกับปาฏิหาริย์แหวนครองพิภพ อยู่ดีๆ ไม้เท้าโฟรโด้ก็โผล่ในหลุมขยะ

ทำให้ท่านผู้ว่าต้องมอบรางวัล 20,000 ให้แก่ผู้ค้นพบ
ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ หน้าก็ไม่เคยเห็น เงินเบิกจ่ายเอามาจากหลวงหรือเปล่าก็ไม่บอก

และก็ให้คุณตำรวจจัดการหารอยนิ้วมือเป็นพิธี
ซึ่งเอาเข้าจริง จะไปจับใคร ลายนิ้วมือเพียบขนาดนั้น
หาให้ดีก็แล้วกัน มีลายนิ้วมือผู้ว่าอยู่ด้วยนั่น...

และก็อย่าลืม พ่อค้ากล้องวงจรปิด ที่เป็นญาติเจ้าหน้าที่
ก็ได้งบประมาณจัดซื้อกล้องมาติดรอบอุทยาน หารส่วนแบ่งกับผู้ว่า
รวมถึงเจ้าหน้าที่ และก็คนเก็บขยะคนไหนก็ไม่รู้...

เอวังฯ หนึ่งกรณี...

....

ต่อมา... มีเหตุสะเทือนขวัญประเทศนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เกิดการเคาะทำลายปราสาทเก่าแก่
โดยมีการเคลื่อนย้ายโมอาย ทุบทำลายก๊อดซิลล่า รวมถึงเคาะหน้าสฟิงส์

มีการโบ้ยไปหาลัทธินิโกรแมนเชี่ยน
ว่าพวกชอบของดำเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

งานนี้เจ้าหน้าที่ไปไหน ไม่เห็นพูดถึง...

อ๋อ... ไม่เคยมีอ่ะ โบราณสถานที่ไหนใครเขาจะมานั่งเฝ้ากัน
ไว้ของหายค่อยโวยวายดีกว่า สนุกดี

และอีกวันถัดมา ก็เป็นตามคาด
อนุมัติงบปรมาณจัดซื้อกล้องวงจรปิดอีกแล้วครับท่าน

บริษัทเดียวกันป่าวหว่า ไม่งั้นจะหาว่าญาติกันนะเนี่ย...

งานนี้ไม่แน่ใจว่ามีอะไรหายหรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ คนรุ่นหลังคงไม่ได้ดูก๊อดซิลล่าสวยๆ อีกแล้ว

เพราะไม่มีกล้องวงจรปิด!

โทษไปได้ ทำเหมือนคนแถวนี้โทษแก๊สโซฮอลล์เลยเนอะ

เอวังฯ ไปสองกรณี...

...

และหลังจากมีการฮั้วประมูล ฮั้วค่าแรง กันจนพุงปลิ้น

หลังจากนั้นกล้องวงจรปิดที่ติดไปก็ไม่มีคนดูแล
เพราะซื้อได้แต่ใช้ไม่เป็น ไม่จ้างคนเฝ้า

ลงท้าย กล้องวงจรปิดนั้นก็โดยขโมยงัดไปขาย

ต้องร้องแรกแหกกระเชอออกข่าว เพื่อสร้างกระแส ขอเบิกงบประมาณอีก

ประมูลอีก ฮั้วอีก รับประทานอีก ไม่สิ้นสุด

ไม่รู้วันไหน หวยจะไปออกที่จังหวัดท่าน
ระวังโบราณสถานในจังหวัดของท่านให้ดี...

เราเตือนคุณแล้ว...

...

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสมมุติ

ชื่อสถานที่และบุคคลทั้งหมด ล้วนเกิดจากจินตนาการของผู้เขียน
ถ้ามีส่วนพาดพิงไปยังบุคคลใด ทางผู้เขียนขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ขอปัญญาจงอยู่กับท่าน...

โทรเลข... [conspiracy]

posted on 20 May 2008 13:33 by kohsija  in Conspiracy

โทรเลขไทยปิดฉากไปแล้ว...

ผมเองไม่ได้ไปส่ง หรือมีคนส่งให้
เรียกว่าเกิดมาชาตินี้ไม่เคยสัมผัสโทรเลขเลย

เห็นคนแห่ไปส่งปิดท้ายกันมากมาย

คุณรู้หรือเปล่าว่า...

เขาเอาข้อความโทรเลขที่ส่งกันน่ะ พิมพ์ใส่ Microsoft Word
แล้วก็ส่ง email ไปให้ปลายทาง ตัดคำพิมพ์ลงกระดาษอีกที...

ผ่าง...

เปิดเพลงย้อมใจ...

คุณเคยไหมครับ ที่รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก

หันไปทางไหนก็ไม่มีใครให้พูดคุย

ไม่มีใครให้ห่วง

ไม่มีคนคอยปลอบใจ...

.

จริงๆ แล้วเราไม่เคยอยู่คนเดียวเลยครับ
นี่ไม่ใช่การเล่นคำ ผมหมายความตามนั้นจริงๆ

แต่ยังมีคนที่เรามองไม่เห็น อยู่ใกล้ๆ เราเสมอ
ซึ่งผมก็ไม่ได้เปรียบเทียบอีกนั่นแหละ เพราะมันมีจริงๆ...

คนเราทุกคนจะมี ญาติ ที่ล่วงลับไปแล้ว
ทั้งในชาตินี้และชาติก่อนๆ ล่วงมานาน คอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

คนไหนผูกพันกับเรามาก ก็มาวนใกล้ๆ บ่อยๆ กว่าหน่อย

พวกเขาก็เดินเหินไปมาเหมือนเราปกตินี่แหละ

ยิ่งถ้าเป็นคนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับเรา
เขายิ่งเดินเข้านอกออกในเหมือนสมัยเขายังมีเลือดมีเนื้อนั่นแหละ

บางคนก็รู้ตัว บางคนก็ไม่รู้ตัว ว่าเขาได้จากโลกแห่งกายเนื้อไปแล้ว

เพราะบางทีเขาอาจจะยังโดนหลอกให้รับรู้แต่สิ่งที่เขาอยากรู้
เขาถึงไม่ปล่อยวาง และยังวนเวียน เดินเหินใช้ชีวิตอยู่กับเรา

ดังนั้น...

อย่านึกว่าเธอไม่มีใคร...

ไม่ว่าเธอจะทำอะไร มีใครซักคนกำลังมองเห็น...

.

เราไม่รู้ว่าญาติเราคนไหนไปอยู่ตรงไหน
แต่บางที ถ้าเป็นพ่อแม่เรา เขาอาจจะยังไม่ไปไหน เพราะห่วงเราหรือคู่ชีวิตก็ได้

เวลาจะกินข้าว กินน้ำ ก็เรียกๆ บอกชวนเขากินบ้าง เป็นมารยาท

คนไทยมัยก่อนเขาสอนมาแบบนั้น...

ผมเองก็ไม่ค่อยทำหรอกครับ
ใครเป็นญาติผม ก็อดอยากหน่อย นานๆ จะได้กินอะไรที...

ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาต้องวนเวียน พยายามฝึกสติเอาไว้นะครับ
ถามตัวเองบ่อยๆ ว่านี่ฝันอยู่หรือของจริง
ตอนนี้ตายแล้ว หรือยังมีชีวิต

เวลาเกิดแหววไปแล้ว จะได้ไม่ต้องหลงเดินวนเวียนนานเกินไป

รีบๆ ไปเกิดไปใช้กรรมกันได้แล้ว...

เอ้า...

อย่าคิดว่าเธอไม่มีใคร.... (ร้องตาม...)


สงวนลิขสิทธิ์ Creative Commons:Attribution-Noncommercial 3.0 Unported