Conclusion

กินเย็น เยี่ยวเย็น...

posted on 24 Sep 2008 22:27 by kohsija  in Conclusion

เคยได้รับ forward mail เรื่องนี้มั๊ยครับ

ไอ้ที่ว่า กินน้ำเย็นหลังอาหาร แล้วมันจะไปทำให้ไขมันจับตัวเป็นก้อน
เหมือนเวลาเอาไขมันไปแช่ตู้เย็น แล้วมันจะไปจับในลำไส้เรายังไงยังงั้น...

...

เป็นเมล์ที่ผมไม่เคยคิดจะเชื่อเลยตั้งแต่แรกที่อ่าน

คิดดูดิ คนนะครับ ไม่ใช่กระติกเก็บความเย็นอลูมิเนียม
จะได้กินอะไรเข้าไปแล้วมันจะคงความเย็นความร้อนไว้ได้อย่างนั้น

นึกภาพน้ำเย็น แค่เราอมไว้ น้ำมันก็แทบจะหายเย็นแล้ว
ยิ่งผ่านลงคอ ลงกระเพาะ ไม่ต้องพูดถึง

มันต้องแลกเปลี่ยนอุณหภูมิกับร่างกาย จนมาเท่ากับอุณหภูมิร่างกายอยู่แล้ว

คิดง่ายๆ ทำไมฉี่เราถึงออกมาอุ่นๆ ล่ะ
มีใครเคยฉี่ออกมาเย็นเจี๊ยบมะ ถามจริง...

...

ไปค้นๆ ดูจากเว็บ snopes เจ้าเก่า ที่เคยใช้บริการมาหลายที
เจอเรื่องนี้ด้วยเช่นกันครับ...

 

Claim:   Drinking cold water after meals will lead to cancer.

Status:   False.

chilled liquids do not solidify ingested fats when the two meet in the stomach: the internal heat of the human body quickly nullifies any temperature differences among the various items that have been swallowed, and stomach acids very efficiently break down lumps of ingestibles before they are passed into the Glass of water intestines.

http://www.snopes.com/medical/myths/coldwater.asp

...

ส่วนไอ้เรื่องที่ว่ากินน้ำเย็นแล้วไม่ดีต่อร่างกาย
อันนั้นผมเห็นด้วย แต่อย่าเอามายำกับเรื่องนี้นะครับ อย่ามั่วขอร้อง...

ในความเห็นของการแพทย์ตะวันออก น้ำเย็นจะไปทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้ด้อยลง
ลองอ่านจาก blog ของคุณเชนได้ครับ

Super Recommended ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกต้อง

ไม่ได้เป็นหวัดแล้วเสมหะมาจากไหน

via http://aunlamun.exteen.com

...

ผมว่าคนที่เชื่อเรื่องนี้ได้ ต้องปรับปรุงกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์แล้วล่ะครับ

ไขมันไม่จับตัวนะครับ

กระเพาะไม่ใช่กระติกเก็บความเย็นนะครับ

ฉี่ออกมาก็ไม่เย็นนะครับ

จบครับ...

Skeeter the Narcoleptic Poodle...

posted on 18 Sep 2008 14:57 by kohsija  in Conclusion

Skeeter the Narcoleptic Poodle...

...

อย่างที่เห็นครับ เจ้า Skeeter เป็นโรค Narcolepsy
หรือ การหลับอย่างควบคุมไม่ได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่สบาย via longdo.com

ลองหาข้อมูลดูจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Narcolepsy
http://www.ninds.nih.gov/disorders/narcolepsy/narcolepsy.htm

เกิดจากการที่สมองทำงานผิดปกติ จนไม่สามารถควบคุมวงจรการตื่นและหลับได้อย่างปกติ

และมันก็ไม่ใช่โรคเฉพาะหมาหรอกนะครับ
คนเรานี่แหละที่เป็น ดูอาการได้จากคลิปนี้

...

  • คาดว่าทั่วโลกมีผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่ประมาณ 3,000,000 คน
  • มีโอกาสเป็น 1 ใน 2,000
  • มักเกิดในเครือญาติผู้ที่มีอาการ
  • ทำให้เกิดอาการอดนอน เพราะการนอนกลางวันไม่สามารถชดเชยได้
  • จะมีอาการตลอดชีวิต ควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
  • ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด

...

ใครที่คิดว่าดูแล้วตลก ก็ตลกกันไปนะครับ

แต่ผมดูแล้ว ขำไม่ออกเลย
นึกภาพว่าถ้าเป็นเราเอง ก็คนที่เรารักเป็น จะเป็นอย่างไร

ใช้ชีวิตก็ลำบาก ทำงานบางอย่างก็ไม่ได้ ไปไหนตามลำพังก็ไม่ได้
เขาคงจะมีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่ไปเหมือนกัน ถ้าขาดคนใกล้ชิดคอยให้กำลังใจ

ยังมีโรคแปลกๆ อีกมากครับในโลก ที่เรายังไม่รู้จัก
สมควรที่เราจะต้องรู้จัก และเข้าใจเขาครับ

เพราะไม่มีใครอยากเป็นหรอก ถ้าเลือกได้
เราไม่มีสิทธิ์ใดๆ จะไปซ้ำเติมเขา

แต่ควรช่วยเหลือและให้กำลังใจ...

วันนี้ผมจะพาย้อนอดีตไปชมเรื่องราวสำคัญต่างๆ ที่ผมเคยนำเสนอผ่าน blog นี้นะครับ

โดยจะเน้นเรื่องที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ storm surge
พายอดผู้ชมพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ โดยดูจาก page views

...

เริ่มจาก เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อ กันยายน 2006
เว็บเนชั่นคนเข้ากว่า 700,000 ครั้งในวันเดียว...

ครั้งนั้น blog ผมมียอด pageviews หรือ PV สูงสุดที่ 878 ครั้ง

...

ต่อด้วย เหตุการณ์ที่เป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง
กับเหตุการณ์ เปมิกา กับอาจารย์สอนฟิสิกส์ ปาฏิหาริย์ น้องเป... เดือนเมษายน 2007
ซึ่งพายอด PV ของผมไปสู่ 2,824 ครั้ง

...

และอีกครั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน กับเรื่องฉาวแห่งอาชีพในฝันของใครหลายคน
กับนิยายที่กลายเป็นหนังเรื่องสงครามนางฟ้า โดยแอร์กี่
พลังแห่งแอร์กี่... บ่นวันนี้ บ่นพรุ่งนี้... เมื่อ เดือนมีนาคม 2008 ที่ผ่านมาไม่นาน

ครั้งนั้น พา PV ของผมไปแตะที่ 7,039

...

และครั้งล่าสุด ที่ผมคงจะจดจำไปอีกนาน

กับการนำเสนอเรื่อง LHC หรือ Large Hadron Collider

วันนี้ 14:00 เดินเครื่อง LHC...

ตามข่าว Large Hadron Collider(LHC)...

ในวันที่ 10/9/2008 ที่ผ่านมา

สามารถทำ new high ของ PV ไปที่ 16,017 ครั้ง

กราฟพุ่งประหนึ่งตึกระฟ้า ผิดแผกเพื่อนฝูงมากๆ

และทำสถิติใหม่อีกหนึ่งด้วย คือยอดผู้ชมพร้อมๆ กัน
อยู่ที่ 197 ท่าน ซึ่งจริงๆ อาจจะมีมากกว่านี้ แต่จับภาพไม่ทันครับ

 

...

นี่เป็นการนำเอาเรื่องเด่นๆ ที่เคยสำเสนอ มาให้ชมอีกครั้ง
ผ่านการวัดโดยตรงที่ความสนใจของผู้เข้าชมในวันนั้น

ดังนั้นจึงเป็นสิ่งชี้วัดอีกตัวที่น่าสนใจครับ

และขอย้ำตรงนี้ว่า การเขียน blog ไม่มีใครโชคดีในอินเตอร์เน็ต
search engine ไม่ได้วิ่งเข้ามาตามพลังอธิษฐาน

ยอดผู้อ่าน มาจากสิ่งที่คุณนำเสนอ และความเป็นตัวตนของคุณครับ

คุณก็ทำได้ครับ นำเสนอสิ่งที่คุณสนใจ
ไม่ต้องไปนั่งแปะเพลงใหม่ๆ โปรแกรมเถื่อน หรือคลิปวาบหวาม
ซึ่งยิ่งทำก็ยิ่งเหมือนวิ่งตามกระแสโดยที่ไม่มีความสุข

ทำในสิ่งที่คุณมีความสุข ดีที่สุดครับ

คนอ่านเขารับรู้ได้... จริงๆนะ...

ไอ้โทรศัพท์มืออถือ หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ไม่ค่อยมีใครเรียก
เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เข้าถึงคนได้ทุกระดับจริงๆ

ไม่น่าเชื่อว่ามีคนยอมจ่ายเงินเท่ากับหรือมากกว่าเงินเดือนทั้งเดือน
หรือแม่แต่เท่ากับสองสามเดือน เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือเอาไว้ใช้เท่ๆ

ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้ความสามารถอย่างอื่นเลย ยกเว้นกดปุ่มโทรออกกับวางสาย...

...

ผมเองผ่านมือถือมาไม่กี่เครื่อง
นับเป็นเดชะบุญแล้วที่ไม่มีเงินพอ และสมัยก่อนมือถือไม่ถูกบ้าคลั่งอย่างทุกวันนี้
ไม่งั้นผมคงจะหมดเนื้อหมดตัวไปมากกว่านี้

สมัยก่อนผมใช้ PCT Buddy ด้วยซ้ำ ใช้อยู่สามปีกว่าได้
ใช้มือถือเป็นเครื่องสำรองไว้รับสายตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสี่
จนกระทั่งทำงานเป็นเรื่องเป็นราว ถึงได้เปลี่ยนมือถือเต็มตัว

ค่ายแรกที่ใช้คือ Dtac เติมเงิน
แล้วก็เปลี่ยนมาใช้ Orange(สมัยนั้น) รายเดือน นาทีละสองบาท
และเปลี่ยนมาใช้ Hutch รายเดือน จนปัจจุบัน

นั่นคือ ผมเคยเปลี่ยนเบอร์มือถือแค่สามเบอร์เท่านั้น

...

และผมก็มักมีเรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ

อย่างเช่น

  • ผมกับแฟนเคยกดโทรออกมาชนกันกลางอากาศ คือโทรออกหากันเวลาเดียวกัน จนทำให้โทรไม่ติดทั้งคู่ สองสามรอบ เกินสิบครั้ง
  • คนมักโทรมาหาผมในตอนที่ผมไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ มากสุดตอนฉี่ รองมาตอนอึกับอาบน้ำ และตอนมือเลอะๆ
  • ผมเป็นพวกหาเรื่องคุยโทรศัพท์ไม่ค่อยจะเป็น ถ้าอยู่ต่อหน้าคุยได้ แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์เงียบแต้บ
  • ผมไม่ค่อยเปลี่ยนเบอร์มือถือบ่อยนัก เบอร์หนึ่งสามปีขึ้น แต่ก็มักมีเพื่อนที่ยังพยายามโทรหาผมด้วยเบอร์เก่าๆ อยู่เสมอ
  • ถ้าคิดจะโทรหาผม การโทรเข้ามือถือ กับโทรศัพท์บ้าน มีอัตราการรับสายน้อยพอๆ กัน

...

และทุกวันนี้ เพราต้องโทรเข้ามือถือแฟนทุกวัน
แถมยังเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีโปรถูกๆ ให้เลือกด้วย

จะหลอกให้แฟนติดเบอร์บ้านใหม่ไว้คุยกันก็ไม่ยอมซะงั้น
เลยยิ่งทำให้ผมไม่สามารถจะเปลี่ยนโปรหรือค่ายผู้ให้บริการได้เลย

สิ่งเดียวที่จะทำให้ผมเปลี่ยนเบอร์ได้ตอนนี้คือ Hutch ยกเลิกโปรของผมเท่านั้น

นั่นคือ ยกเลิกวันไหน ผมก็ซื้อเครื่องใหม่เปลี่ยนเบอร์วันนั้นเลย
คือง้างรอมาโดยตลอด เป็นลูกค้าที่ไร้ความจงรักภักดีต่อแบรนด์อย่างที่สุด

แค่เรื่องมือถือก็มีเรื่องให้เล่าเป็นพงศาวดารเหมือนกันนิเรา...

อีกซักสิบปี เรื่องคงจะยาวกว่านี้ ไว้รวมเล่มขาย... เนอะ...

คราวก่อนซื้อธูปหอมมาใช้ กะแล้วว่ามันไม่ได้แถมที่ปักจุดมาให้

นึกไปได้ว่าเคยซื้อเจ้ากาวอีพอกซี่มาใช้ ตอนเอามาติดนาฬิกา

เลยไปขุดเอามาใช้ในแบบที่หลายๆ คน น่าจะไม่เคยทำ
ผมจะทำให้ดูเป็นขวัญตา เป็นเขยยาย...

เริ่มจากเบสิค เอากาวสองหลอดมาผสมกัน ด้วยอัตราส่วนเท่าๆกัน

จุดสำคัญคือ ต้องกะเวลาให้กาวเริ่มแข็งตัว
อย่างยี่ห้อนี้ ประกาศเอาไว้ว่าแข็งตัวใน 30 นาที

ดังนั้น ผมจะปล่อยมันเอาไว้จนกระทั่งเกือบๆ 30 นาที
แล้วก็เอามือจับมันมาปั้นได้เลย...

ถ้าเลือกจับได้ถูกเวลา มันจะไม่ติดมือครับ แต่จะจับตัวกันเองปั้นได้เหมือนดินเหนียว

ทีนี้ก็ปั้นเป็นรูปร่างตามชอบได้เลย

ตอนแรกว่าจะปั้นเป็นแนวๆ เปลือกหอย แล้วมีรูเสียบธูป

แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นเบี้ย หรือตัวหอยประหลาดอะไรซักอย่าง
ที่มีรูอยู่ด้านบน... -_-"

ใช้ตัวธูปหอมเองนั่นแหละ จิ้มๆ นำเป็นรู แล้วเอาปลายดินสอขยายให้กว้างนิดนึง

เอาน่ะ ลองปักธูปหอมสั้นๆ ดูหน่อย

เวิร์คๆ ทำรูให้หลวมๆ หน่อย จะได้เสียบเข้าออกได้ง่าย

แต่กรุณารีบปั้นนะครับ ประมาณไม่เกิน 15 นาที มันจะแข็งตัวเลย

ได้แล้ว ที่ปักธูปหอมแบบ handmade
วางขนาดเทียบกับเมาส์ให้ชม น้องหอยดำ น่ารักชิมิ...

ก็หวังว่าจะเป็นแนวทางให้เอาไปประยุกต์ใช้ในงานอื่นๆ กันนะครับ

...

และด้วยความว่ามันเป็น epoxy เกรดอุตสาหกรรม
ทนความร้อน ทนการกระแทก แข็งมากๆ

อันก่อนๆ ที่เคยลองเล่นๆ ปั้นเป็นแท่งๆ ดู

ฮามาก เหมือนปลัดขิก ดำมะเมื่อม... -_-"


สงวนลิขสิทธิ์ Creative Commons:Attribution-Noncommercial 3.0 Unported