Conclusion

ฟิล์มวัดไข้...

posted on 14 Sep 2009 23:03 by kohsija  in Conclusion

วันก่อน พ่อผมตัวรุมๆ เหมือนจะมีไข้ต่ำๆ
พี่ผมเลยไปซื้อฟิล์มวัดไข้มาใช้

http://img12.imageshack.us/img12/4329/img5788res.jpg

หาได้ตามร้านยาทั่วไป ราคาไม่ทราบลืมถาม แต่ไม่แพงมาก
ไม่ได้โฆษณายี่ห้อนี้หรอกนะครับ แต่พอดีซื้อมา ก็ถ่ายให้เห็นชัดๆ

หน้าตาตัวฟิล์มก็จะเป็นแบบนี้ แผ่นไม่ใหญ่นัก...

http://img179.imageshack.us/img179/2903/img5791res.jpg

วิธีใช้ ค่อนข้างง่ายและสะดวก คือแปะไปบนหน้าผากเลย
แล้วรอดูว่าสีจะเปลี่ยนไปถึงช่องไหน

ช่องที่มีสีเขียว คืออุณหภูมิตรงกับช่องนั้น
แล้วถ้าเกินไปนิดหน่อย ก็บวกไป 0.5 องศา ง่ายๆ

...

ผมไม่ได้เห็นแบบฟิล์มแปะหน้าผากแบบนี้นานมาก
ตาม รพ. ก็จะนิยมใช้แบบปรอทมากกว่า
เพราะมันมีความคลาดเคลื่อนสูงกว่าการหนีบรักแร้ หรืออมใต้ลิ้น

แต่ถ้าเราใช้วัดแบบเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน
ผมว่าแบบนี้มันสะดวกดี ใช้ง่าย เร็วดีด้วย ไม่ต้องคอยเช็ดแอลกอฮอล์

ถ้าบ้านใครมีผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็กๆ ลองหามาติดบ้านไว้ใช้นะครับ
เด็กๆ ก็ไม่ค่อยกลัวเหมือนแท่งปรอทด้วย...

จาก entry ก่อน ที่ลง poll สอบถามความรู้สึกต่อผม
ได้ข้อมูลมาประมาณหนึ่ง ราวๆ 100 ความเห็น ก็เอามาสรุปได้...

http://img9.imageshack.us/img9/3665/1092552134208.png

 

วัดจากความโน้มเอียง ก็ต้องบอกว่า น้ำหนักด้านมีคนชอบ ยังมากกว่ามีคนเกลียด

ก็นับว่า ok นะ ในฐานะมนุษย์หนึ่งคน
อย่างน้อย ก็ควรอยู่โดยมีคนชอบมากกว่าคนเกลียด

แต่ที่น่าสนใจคือ จำนวนคนเฉยๆเนี่ย มีมากถึงครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่าง

นั้่นคือคนครึ่งหนึ่งที่เคยรู้จัก @kohsija ยังลังเล
พร้อมจะช่วยเหลือหรือรุมกระทืบได้ตลอดเวลา อยู่ทีว่าผมจะพลาดตอนไหน

เทียบให้เห็นภาพ เป็นคน 10 คน

ถ้าผมทำดีจริงๆ มีคนรอชมอยู่แล้ว 3 คน
และอีกประมาณ 5-6 คน จะผสมโรง ชมไปด้วย
โดยมีอยู่ 1 คน คอยแขวะ เป็นตัวอิจฉา ดึง 5-6 คนนั้นให้เขว....

กลับกันถ้าผมพลาด ก็จะมีคน 6 คนพร้อมตื้บซ้ำ
อีก 3 คนจะยืนดูเฉยๆ และมีคนเดียว ที่อยากยื่นมือเข้าช่วยเหลือ... -_-"

ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ล่ะนะ...

Why I unfollow...

posted on 04 Sep 2009 19:34 by kohsija  in Conclusion

เหตุผลที่ผม unfollow คุณจาก twitter

  • เป็นผู้ชายที่วันๆ พร่ำเพ้อแต่เรื่องผู้หญิง
  • เป็นผู้หญิงที่วันๆ พร่ำเพ้อแต่เรื่องผู้ชาย
  • คุณบ่นแต่เรื่องตัวเอง ผมไม่รู้จักคุณ และผมว่ามันไร้สาระ
  • คุณส่งภาพตัวเองให้ชาวบ้านดูเยอะมาก และคุณเป็นผู้ชาย -_-"
  • คุณเป็นคนดัง แต่คุณดันไม่ update มาชาติกว่า
  • คุณเห็น twitter เป็นแค่ช่องทางโฆษณา
  • คุณ Hardsale
  • คุณกวนตีน
  • คุณมุกฝืด
  • คุณคิดว่าผม "ต้อง" อ่านข้อความของคุณ
  • คุณคิดว่าผมเป็น technical support ส่วนตัว
  • คุณทำเหมือน twitter เป็น hi5
  • ความคิดคุณเด็กเกินไป
  • แนวคิดคุณเข้าไม่ได้กับผมอย่างแรง

ก็ประมาณนี้น่ะครับ...

ดีว่า twitter ไม่ต้องรักษาหน้ากันเท่าไหร่นัก
ไม่อยากอ่าน ก็แค่ unfollow หรือไม่ก็ block

ไม่เหมือนเจอกันต่อหน้า ที่ต้องหาเหตุผลสวยๆ
มาตอบว่าทำไมฉันไม่อยากคุยกับแก

To follow or not to follow?...

posted on 03 Sep 2009 18:37 by kohsija  in Conclusion

เห็น @thanr ทำ flow chart ขั้นตอนการตัดสินใจ follow

ผมก็เลยมานั่งนึกบ้างว่า ผมใช้อะไรตัดสินใจว่าจะตามหรือไม่ตามใคร
หัวข้อเรื่องก็ copy เขามาดื้อๆ นั่นแหละ...

ตอนแรกก็ว่าจะลองทำเป็น chart อย่างเขาบ้าง
แต่มานั่งนึกดูแล้ว ผมไม่ได้ใช้วิธีการตัดสินใจแบบ linear แบบนั้น
การจะเอามาเขียน chart ท่าทางจะซับซ้อนเกินไป

อธิบายด้วยการนับแต้มดีกว่า...

สำหรับการติดตามของผมนั้น ในยุคแรกกับยุคหลังค่อนข้างต่างกัน

ยุคแรกๆ เป็นยุคที่คนไทยยังใช้ twitter น้อยราย
การติดตาม ก็เน้นคนที่ tweet เยอะไว้ก่อน

แต่พอมาหลังๆ คนเริ่มใช้เยอะ
เจอพวกงุงิ ตัวป่วน spam บ่อยขึ้น ก็เลยเกิดการคัดกรองแบบใหม่

ถ้าไม่ใช่ feed จากเว็บที่ผมชอบ
ก็จะต้องมีการคิดคะแนนแบ่งเป็นข้อๆดังนี้

  • มีภาพเป็นคน +1
  • มี link ไป blog ไม่ใช่ hi5 +1
  • tweet สม่ำเสมอ +1
  • มีจำนวน tweet เกิน 1,000 +1
  • มีการส่งภาพเข้า twitpic +1
  • ข้อความมีสาระหรือน่าสนใจ +1
  • reply ข้าพเจ้าแบบมีประโยชน์ +1
  • ไม่สุดโต่งหรือกวนตีนชาวบ้าน +1
  • มีผลงานในชีวิตจริงที่น่าสนใจ +1
  • เป็นคนที่ผมยอมรับในความสามารถ +1

จริงๆ คะแนนแต่ละข้อก็เชิงจะเท่ากันหรอกครับ แต่ไม่อยากแยกย่อย
ถ้าคะแนนได้ซัก +5 ผมก็จะกด follow เขาไป

ง่ายๆ แค่นั้นเองครับ...

หลังจากที่ซื้อเครื่องโกนหนวดไฟฟ้ามาใช้
ไม่รู้ใครหลงผิดไปซื้อตามผมมาบ้าง

หลังจากใช้ไปนานๆ เครื่องโกนที่เคยโกนดี ลื่นปรื้ดๆ
ก็เริ่มงอแง โกนไม่ลื่นเหมือนเก่า แถมแอบทำให้ผิวระคายอีก

อันนี้มันเนื่องจากหัวโกนเริ่มสกปรกครับ
สามารถแก้ปัญหาได้โดยการทำความสะอาด
ซึ่งต้องทำนอกเหนือจากการถอดหัวออกมาเป่า มาปัด

เอาว่า เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแบบหัวกลม
มันจะมีขั้นตอนการทำความสะอาดหัวโกนพิเศษอีกอย่าง
นอกเหนือจากการเอาแปรงปัดแบบเครื่องโกนหัวตรง

นั่นคือ แช่แอลกอฮอล์ ครับ

วิธีทำง่ายมาก ไม่ต้องไปหาอุปกรณ์ที่ไหนยาก
เอาฝาครอบปิดเครื่องโกนหนวดนั่นแหละ ที่เขาแถมมาให้

http://img197.imageshack.us/img197/7373/img5453res.jpg

แล้วถอดหัวโกนด้านในออกมา ซึ่งการถอดก็แล้วแต่รุ่น
แต่คล้ายๆกันคือ จับบีบตัวล็อคตรงกลาง

http://img9.imageshack.us/img9/6938/img5458res.jpg

เอามาวางในฝาครอบ แล้วเทแอลกอฮอล์ให้ท่วม

แช่ไว้สัก 10 นาที จะเห็นเลยว่ามีอะไรหยุยๆ แหยะๆ ลอยออกมาเพียบ
นั่นล่ะครับ เศษซากฝุ่นหนวด และเซลล์ที่ตกค้างบนใบโกน

หรือถ้าจะให้ดี ให้แยกเอาส่วนโลหะออกจากพลาสติก
แล้วค่อยแช่ ก็จะสามารถล้างซอกซอนได้อีก

...

หลังจากแช่ล้างเสร็จแล้ว ก็นำกลับเข้าประกอบที่เดิม
แล้วลองโกนดูได้เลย

คุณจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มสบายเวลาโกน เหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆอีกครั้ง

ถึงเป็นผู้ชายก็อย่าสักแต่ใช้ซกมกไปวันๆนะครับ
ดูแลมันซักนิด แล้วจะปลอดภัยจากการเป็นแผลติดเชื้อได้ครับ

สักเดือนละครั้งสองครั้งก็ยังดี...

ตอนนี้หันมาใช้ Windows 7 แล้วครับ
ไม่รู้ตัว build ไหน ไม่แน่ใจด้วยว่า RTM หรือ OEM

รู้แต่ว่า มันมีปัญหากับ driver มากกว่าตัว build เก่าที่เคยลอง
เพราะมันเริ่มไม่ญาติดีกับ driver สำหรับ vista

ซึ่งผมก็พบว่าวิธีแก้ง่ายมาก คือคลิกขวาที่ไฟล์เลือก properties
แล้วเลือก compatibility ให้เป็น vista sp2 ก็สามารถติดตั้งได้

แต่ตัวที่มีปัญหาที่สุด ดันเป็น driver ของ graphic card
ซึ่ง notebook ของผมมันใช้ Ati Radeon HD 3470

ไม่แน่ใจว่า ATi Catalyst ที่โหลดมาจาก
http://game.amd.com/us-en/drivers_catalyst.aspx
เป็นบ้าอะไร ลงกี่รอบก็ไม่ได้
ขนาดว่าเป็นตัวล่าสุดที่เขาบอกว่ารองรับ Windows 7 ด้วยซ้ำ

พยายามหาวิธีอยู่นาน จนไปพบเว็บนี้โดยบังเอิญ
http://www.driverheaven.net/modtool.php

เข้าไปโหลดโปรแกรมของเขามาเลยครับ
DH Mobility Modder .NET

ถ้าสงสัยว่ามันคืออะไร ก็ไปอ่านในเว็บเขาเถอะครับ
ผมอ่านเอง ก็งงเองเหมือนกัน

สรุปขั้นตอนง่ายๆ คือ

  1. โหลด ati catalyst
  2. โหลด DH Mobility Modder .NET แล้วติดตั้งลงเครื่อง
  3. รันตัว ati catalyst ก่อน ให้มันแตกไฟล์ออกมาตามปกติ แล้วยกเลิกการติดตั้ง
  4. รันตัว DH MM .NET แล้ว browse ไปที่ folder ที่ ati catalyst ขยายไฟล์ออกมา
  5. กดปุ่ม modify แล้วรอให้มัน patch ตัว driver จนเสร็จ
  6. เข้าไปใน folder ที่ว่า แล้วติดตั้ง driver ตามปกติ
  7. reboot…
  8. บรึ้ม… เสร็จ

ตอนนี้ใช้ 3D ได้แล้วครับ หลังจากปวดหัวอยู่นาน

ก็เอาว่า ตอนนี้ก็ใช้วิธีนี้ไปก่อนครับ จนกว่าทาง ATi จะทำตัวแก้ไขออกมา

Happy Windows 7… :D

Muy Frágiles...

posted on 31 Jul 2009 12:08 by kohsija  in Conclusion

จากเรื่อง หมวยแตกง่าย?...

คุณ Piriya S. ได้กรุณามาให้ความรู้ว่า

MUY เป็นภาษาเสปน แปลว่า Very ครับ
ใช้แทนคำว่า Very ข้างกล่องมานานแล้วในหลายๆกรณี
โดยเฉพาะในการขนส่งพัสดุข้ามทางเรือ
โดยเดิมทีจะเขียนว่า

Muy Frágiles

แปลว่า

Very Fragile นั่นเอง

ซึ่งจากการทดลองหาข้อมูลเพิ่ม
คำว่า MUY FRAGIL เป็นภาษาสเปน แปลว่า Very Fragile จริงๆครับ

ดังภาพที่เห็น...

Dagen derpå by svale.
photo via http://www.flickr.com/photos/svale/2778374481/

...

ต้องขอบคุณคุณ Piriya S. มากครับ
จะได้ไม่เป็นที่เข้าใจผิดต่อไป...



eXTReMe Tracker