จากนั้นเขาจึงอธิบายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญและสัมพันธภาพในพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และอาจพูดได้ว่ายากเหลือเกินเสียแล้วที่ทุกอย่างะกลับมาเหมือนวันเก่าๆได้อีก

“เขามากันประมาณ 30 คน” นายอุบลเดช เล่าถึงกลุ่มธรรมยาตราซึ่งเป็นปีกหนึ่งในเครือข่ายของพันธมิตรฯ ที่ล่วงหน้ามาก่อนพันธมิตรฯ ราวหนึ่งเดือนและเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาทำให้สถานการณ์ในพื้นที่เขม็งตัวขึ้น

“ตอนนั้นเป็นปลายเดือนกรกฎาคม มีการปิดเขาพระวิหารไม่ให้คนขึ้นแล้ว เราตกลงกันว่าไม่อยากให้ธรรมยาตราขึ้นไปบนเขาเพราะจะทะเลาะเบาะแว้งกับเขมร เขารับคำตกลงของเราแต่ไม่ทำตามและได้ปีนรั้วข้ามกำแพงไป จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่ายต้องมาตรึงกำลังกัน นี่เป็นชนวน” เขาเล่าและกล่าวไปเรื่อยๆต่อไปว่า

“เมื่อความตึงเครียดมากขึ้น พันธมิตรฯก็เข้ามา พวกผมชาวบ้านไปดันไว้ไม่อยากให้ขึ้นเขาพระวิหารเพราะกลัวจะเกิดเรื่องใหญ่ โดยไม่รู้ว่าเขาจะมารุนแรง เราก็มาแบบชาวบ้านธรรมดา เป็นพ่อค้าแม่ค้าประมาณ 200 คน แต่พันธมิตรมีทั้งเครื่องเสียง เสาธง และรถบัสประมาณ 20 คัน รถเก๋งอีกรวมรถแล้วประมาณ 200 กว่าคัน

“..เขาทำตรงนั้นแล้วกลับกรุงเทพแต่พวกผมต้องอยู่หลบลูกปืน ถ้าเขายิงมาพวกผมก็รับเต็มๆ” นายอุบลเดชกล่าวและบอกถึงความรู้สึกตอนนั้นว่า ไม่คิดว่าทางพันธมิตรฯจะมาแบบรุนแรงและโกรธกับข้อหาว่า ‘ไม่รักชาติ’ ซึ่งไม่สามารถทำอะไรไม่ได้

“เราต่อต้านเขาด้วยความรักชาติเหมือนกัน ถ้าเราไม่รักชาติเราปล่อยภูมิซรอลทิ้งไปแล้ว เพราะรักถึงอยู่ตอนที่เขมรแดงมาไล่ยิง ความสัมพันธ์ของสองประเทศก็กังวลว่าจะกลับสู่สมัยอดีต สมัยก่อนสามโมงต้องกินข้าว เข้าหลุมนอนแล้วเงียบ บนบ้านบนถนนไม่มีใครเดิน แต่เราไม่เคยคิดย้ายออก พ่อแม่เราทำมาหากินที่นี่มา แต่พวกเจ้าหน้าที่เขาหนีไปอยู่กันที่บ้านน้ำเย็น อำเภอกันทรลักษณ์ แต่ชาวบ้านสู้ ไม่หนี จะเป็นอย่างไรก็เป็น ถ้าหนีคือทิ้งให้หมู่บ้านร้างไม่มีที่ทำมาหากิน แต่ตอนนี้เราสงบดีแล้ว ทำมาหากินดีแล้ว เขามาทำให้พวกเราเดือดร้อน”

...

ตัดจากบทสัมภาษณ์ นายอุบลเดช พานพบ คนพื้นเพที่บ้านภูมิซรอล โดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง

ที่มา : รายงาน : พิพาทเขาพระวิหาร “เขาทำตรงนั้นแล้วกลับกรุงเทพฯ แต่พวกผมต้องอยู่หลบลูกปืน” via http://www.prachatai.com

...

ขออนุญาตไม่ใส่ความเห็นส่วนตัว...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคยแสดงความเห็นเรื่องการรักชาติแบบนี้ไปแล้ว จึงไม่ขอกล่าวซ้ำเช่นกันครับ

#1 By chubby on 2008-10-15 17:30

อ่านคอมเมนต์ประชาไทแล้วเหนื่อยใจ

คนเราเมื่อไหร่จะเลิกเอาตัวเองไปตัดสินคนอื่นเสียทีangry smile

#2 By house on 2008-10-15 17:32

กรำ..

เส้าใจ

big smile

#3 By MomMom on 2008-10-15 17:37

ผลของการปล่อย
บอกได้อย่างเดียว ว่างานนี้ทหารเหนื่อยแน่angry smile

#5 By ยายแม่บ้าน on 2008-10-15 18:15

ผมไม่ขอพูดอะไรหรอกผมรู้ว่าพี่โก๋คิดยังไงและผมก็คิดแบบพี่เนี้ยแหละ จบ...
ปล.ไม่ใช่เพียงแค่บ้านภูมิซรอลหรอกนะที่มีสงคราม แต่ในกรุงเทพเองก็ใกล้วันที่จะมีสงครามแบบนี้เหมือนกัน ?

#6 By varu on 2008-10-15 18:17

angry smile
สงสาร

#7 By mahaoath on 2008-10-15 18:20

อ่า....

#8 By (^_^)/nana on 2008-10-15 18:52

ป่วน

#9 By palermos on 2008-10-15 18:55

ทหารเหนื่อย ชาวบ้านเจ็บ พันธมิตรสะใจ สนุกเนอะangry smile
สงสาร T^T

#11 By Aelita~[-X-]~ on 2008-10-15 19:16

งดออกความเห็นครับ

สืบเนื่องจากเอนทรีล่าสุดของผม

#12 By KennyHass on 2008-10-15 20:08

เจ็บ..

แค้น..

เคือง..

โกรธ..







คง "โทษฉันใย" ไม่ได้

สงสารคนพื้นที่อย่างมากครับ

#13 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-10-15 20:14

เฮ้อ
สงสารทหาร ชาวบ้าน ประเทศไทย... จะว่าไปแล้วก็สงสารไปหมดเลยแฮะ - -"

#15 By on 2008-10-16 00:12

49 = hero
51 = villian

#16 By อากุง on 2008-10-16 05:17

no comment sad smile เหนื่อยใจขึ้นมาทันทีเลย

#17 By LostOfCTRL on 2008-10-16 06:45

ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ ดูเหมือนว่าทุกวันนี้พวกเขาจะลืมไปแล้วด้วยว่าไปทำอะไรไว้ที่นั่นบ้าง สงสารชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อ

#18 By hasana on 2008-10-16 09:22

พันธมิตร เคลื่อนขบวนครั้งใหญ่มาชายแดนด่วน พร้อมใช้อารยะขัดขืนนั่งยืดพื้นที่ แสดงความรักชาติ มาริ้วๆ

#19 By Attention please! on 2008-10-16 10:38

คนในประเทศก้อต่อสู้กันเอง
แล้วจะไปสู้กับกระเทศอื่นได้อย่างไร

#20 By 108 StudiO on 2008-10-16 14:02

อืม
น่าเห็นใจคุณอุบลเดชนะครับ
ต้องเผชิญกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ

#21 By มนุษย์กล่อง on 2008-10-17 09:01



eXTReMe Tracker