จากเรื่องที่ผมพูดถึง ซีรีย์เรื่อง Heroes
ก็มีการแตกประเด็นพูดถึงเกี่ยวกับปัญหาที่นักเขียนบทประท้วง

จนมาการมาเสนอความเห็นในเรื่องนี้

แต่สุดท้าย ผมก็ได้ความเห็นที่ผมชอบจริงๆ

ต้องขออนุญาตนำมาแปะในเรื่องใหม่เลยนะครับ
หวังว่าคงไ่ม่ถือว่าผมละเมิดลิขสิทธิ์ก็แล้วกัน

.

comment จากคุณ ด้วยความเคารพ
(อยากได้ชื่อครับ ออกความเห็นดีๆไม่น่าต้องปกปิดตัวเอง)

โห...

ผมอึ้งมากเลยนะครับเนี่ย
\"อะไรก็จะเอาส่วนแบ่ง... ตายซะ\"
คุณดูถูกงานความคิดสร้างสรรค์แบบ...พูดไม่ถูกจริงๆ
ยิ่งมาเจอคำตอบคุณที่ว่า
\"ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจสาเหตุเท่าไหร่ \"
แหม คุณจะกล่าวหาใครทั้งที โดยเฉพาะในที่ที่คนมากมายจะเข้ามาอ่าน
แต่คุณกลับไม่ได้เข้าใจเรื่องเหล่านั้นอย่างจริงจังด้วยซ้ำ
แถมยังไล่ให้ \"ตายซะ\" ...คุณไล่คนไปตาย ทั้งๆที่คุณยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไร?!
ผมจะแยกๆเป็นข้อๆดังนี้

1.)ปัญหานึงของสังคมบ้านเรา คือเราไม่ค่อยเชื่อกันว่า คนเรามีสิทธิได้เงินจากการสร้างสรรค์
ไอ้พวกนักเขียนที่คุณดูถูก คนเหล่านั้นเป็นหัวกะทิของhollywood เลยนะครับ
วงการนี้ขับเคลื่อนไปได้ด้วยการสร้างสรรค์ของพวกเขา
โดยเฉพาะพวกซีรีย์ประเภท สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ปีต่อปี
คนพวกนี้เขาประชุมกันทุกอาทิตย์ เป็นทีมนะครับ กว่าจะออกมาแต่ละเรื่อง แต่ละตอน

2.)ถึงจุดนี้คุณอาจจะบอก ก็มันเป็นงานของเขาอะ มีคนจ้างก็ทำไปดิ๊
คืองานประเภทสร้างสรรค์ งานออกแบบ งานศิลป์พวกนี้เนี่ย คุณต้องแยกก่อน
เครดิตของการคิดงาน กับการทำงาน มันต่างกันครับ

ลองยกตัวอย่างเพลงๆนึง นักไวโอลินคนนึงถูกจ้างมาเล่นเพลงๆนี้ มีโน้ตเพลงให้
นักไวโอลินคนนี้ก็จะถูกจ่ายเงินค่าจ้างไป พอเพลงวางแผง เขาก็ไม่ได้ส่วนแบ่ง
เพราะหน้าที่เขาคือ เล่น (ซึ่งผมไม่ได้ดูถูกเขา นี่เป็นอาชีพที่ต้องเก่งมาก
ถ้าศิลปินต้องการในอารมณ์นุ่ม ก็ต้องเล่นนุ่มได้ อยากได้หยาบๆ ก็ต้องหยาบได้
ต้องอ่านโน้ตเป็น ต้องสื่อสารได้)

ในขณะที่ นักไวโอลินอีกคนถูกดึงทำงานร่วม เราช่วยเขียน ช่วยคิด
คนๆนี้จะได้เครดิตติดกับงานนี้ เมื่อวางแผง รายได้จะมีส่วนแบ่งให้เขาตามที่ตกลง

ในงานหนัง งานทีวีก็เช่นกัน การที่คุณมีส่วนสร้างสรรค์อะไรก็ตาม มันจะให้อะไรตอบแทนคุณ
ด้วยเหตุคนนี้ คนในประเทศเหล่านี้จะคิดๆๆๆๆ แข่งไอเดีย มากกว่าท่องจำ แข่งกันสอบเหมือนกับบางประเทศ
เพราะหากคุณแต่งเพลงนึงดังได้ คุณสบายไปทั้งชาติ
คุณออกแบบ ไม้เทนนิสที่จ๊าบมาก มันจะเป็นเครดิตของคุณไปตลอดกาล
งานออสการ์ที่แสนหรู เบื้องหลังก็มาจาก นักเขียนหลายชีวิตช่วยกันรวมไอเดียว่างานปีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร

3.) เด็กยกไฟ แผนกคอสตูม ฯลฯ .... ที่คุณถามว่าจะออกมาเรียกร้องส่วนแบ่งได้รึเปล่า
สำหรับ เด็กยกไฟ....ผมว่าคงไม่อะครับ เพราะเขาไม่ได้มีส่วนในไอเดีย
แต่คนพวกนี้ เขาก็มีสหพันธ์แรงงานอยู่ วันใดเขารู้สึกว่า เด็กยกน้ำทำไมได้ประกันสังคมดีกว่าเขาทั้งๆที่งานเท่ากัน
เขาก็อาจจะรวมกันประท้วงได้

แผนกคอสตูมก็เช่นกัน เขารับใบสั่งจาก ส่วนสร้างสรรค์ เขาก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไป
คนพวกนี้ได้เงินจ้างเป็นก้อนๆอยู่แล้ว หรือ ยกเว้นคุณเป็นสุดยอดีไซเนอร์ที่มีอำนาจต่อรองสูงมาก จนสตุดิโอง้อคุณ
ซึ่งผมมองว่าเป็นไปไม่ได้

พอเห็นภาพเรื่อง เครดิต รึยังครับ? ทำไมถึงมีเรื่องส่วนแบ่ง

4.) ปัจจุบันงานสร้างสรรค์ของพวกเขา ถูกในไปปล่อยให้คนเสพ โดยที่เขาไม่ได้เงินเลย
นั่นคืออินเตอร์เน็ต สื่อที่วันนึงอาจจะ (อาจจะนะครับ) เป็นสื่อๆเดียวของโลกหนัง และภาพเคลื่อนไหว
คนกดดูหนังในเน็ตเป็นล้านๆครั้ง แต่คนสร้างสรรค์ไม่ได้เงินเลย(หรือไม่ได้ในจำนวนที่เหมาะสม)
เหตุการณ์นี้ในยุค 80s ตอนวีดีโอออกมาใหม่ๆก็มีปัญหามาแล้ว
หนังบางเรื่องเจ๊งตอนฉาย แต่กระแสปากต่อปากช่วยไว้ จนหนังกับมาเกิดใหม่ ในวีดีโอ
คนพวกนี้มีสิทธิได้เงินแค่ช่วงสองสัปดาห์ที่ออกฉายหรือครับ ?
มาพูดกันที่ตัวเลข เปอร์เซ็นที่พวกนักเขียนเรียกร้อง ก็น้อยกว่า 1% ด้วยซ้ำ

5.) สหพันธ์ (ผมไม่แน่ใจชื่อไทยเรียกอะไร) แต่องค์กรคุ้มครองเพื่อนร่วมอาชีพอย่างนี้เนี่ย
เขาทำเพื่อเพื่อนร่วมอาชีพจริงๆนะครับ นักเขียนในฮอลลีวู้ดต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกทุกปีๆ
มีการออกกฏป้องกันการแย่งอาชีพ (เช่นถ้าคุณไม่ใช่สมาชิกสหพันธ์การจะเขียนบทในประเทศนี้จะยากมาก)
ฟังดูเหมือน แย่ เหมือน ถูกบังคับ แต่คุณเห้นแล้วว่า เหมือนปัญหาเกิดขึ้น สมาคมหรือสหพันธ์พวกนี้ออกมาทำเพื่อเพื่อนร่วมอาชีพอย่างจริงจัง

แน่ละมันมีเรื่องการเมืองอยู่ แต่เทียบกับ พวกองค์กรคุ้มครองเพื่อนร่วมอาชีพบ้านเรา
เช่นกรณี แอร์โฮสเตส กับละครหลังข่าวซักเรื่องเป็นต้น อันไหนได้ประโยชน์กว่ากันครับ

ฉะนั้นการประท้วงครั้งนี้ สังคมไทยน่าจะดูและเรียนรู้
พวกเขาไม่ได้มาประท้วงให้ \"ยกเลิกหนี้\" หรือ \"ขึ้นราคาลำไย\"
พวกเขามาส่วนแบ่งที่เขาควรจะได้รับจากมันสมองเขา

และเขาก็ไม่ได้ \"อยากขออะไรก็ได้\"
ทั้งหมดนี้ผ่านการประชุมมาอย่างรอบคอบ
ลองพวกเขาขออะไรเวอร์ๆ แล้วในที่สุดโดยลอยแพขึ้นมาละ?
(มีtalkshow บางรายการที่ไล่นักเขียนออกไปแล้ว ผมจำชื่อไม่ได้ ขออภัย)

ฉะนั้นการที่นักเขียนทุกคนตัดสินออกมาประท้วง
พวกเขาต้องมั่นใจ และ จริงใจ ในการตัดสินใจแล้วละครับ
ไม่เท่านั้น ดารา ผู้กำกับ คนเบื้องหลังหลายๆคน ที่ไม่ใช่นักเขียน ก็ออกมาร่วมสนับสนุนมากมาย


สรุป
1. จงเคารพและยกย่อง ในความคิดสร้างสรรค์
2. ไม่ควรแสดงความเห็นโดยปราศจากความรู้
3. ศึกษา องค์กรที่ปกป้องเพื่อนร่วมอาชีพ

หากพิมพ์ผิดบ้างขออภัยครับ ไม่ได้ตรวจทาน

---------------------------------------------------------------
ดูซะ ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=oJ55Ir2jCxk

#20 By ด้วยความเคารพ (58.8.139.64) on 2008-02-15 00:06

.

ผมก็ตอบไปในนั้น

เยี่ยมครับ ขอบคุณสำหรับความเห็นอันนี้

หลังจากคิดตามอยู่นาน จนได้มาอ่าน comment อันล่าสุด
ก็ทำให้ผมเข้าใจครับ ว่างานสร้างสรรค์สมควรได้รับเงิน
เป็นผม ผมก็อยากได้เงินจากสิ่งที่ผมคิดเหมือนกัน

น่าเสียดาย ความเห็นดีๆ น่าจะบอกชื่อกันไว้หน่อย
ยังไงก็อาจจะยกไปไว้ในเรื่องใหม่นะครับ

ด้วยความเคารพเช่นกันครับ

.

ครับ ต้องมาขึ้นเรื่องใหม่ด้วยความรู้สึกขอบคุณและชอบใจ

ถ้าอ่านผมมาซักพัก จะรู้ว่าผมชอบใช้คำว่า "ตายซะ" อยู่บ่อยๆ
อาจจะฟังแรงไปหน่อยสำหรับคนที่ไ่ม่คุ้นเคย อันนี้ต้องขออภัยทุกท่านด้วย
จริงๆแล้วความหมายก็แค่เชิงสบถแบบเบื่อหน่าย...

จริงๆ ผมก็โดนความเห็นแย้งมาเยอะ
ก็อย่างที่เคยบอก ผมเองก็ไม่ได้รู้ดีทุกเรื่อง
ที่มาเขียนในนี้ หลายครั้ง ก็เพื่อต้องการคำชี้แนะ

ถึงบางครั้งการสวนกลับของบางท่าน อาจจะแรงในระดับตบหน้า

แต่ถ้าจะตบหน้ากันทั้งที ก็รบกวนขอให้แนะนำด้วยความรู้แบบนี้ด้วยครับ
ไม่ใช่มาตบหน้าแล้ววิ่งหนีไปปล่อยให้งงเหมือนหลายๆกรณี

ถ้าชี้แจงแบบมีเหตุมีผล จะแรงไปนิดหน่อย ผมก็รับได้ครับ
เพราะถือว่า ความโง่ของคน เคาะเบาๆมันไม่ค่อยออก

และก็ ขอบคุณไปยังความเห็นดีๆที่เคยผ่านมาทุกท่านด้วยครับ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อุ๊ยตาย น่ารักจังเลยครับคุณด้วยความเคารพ

#1 By ไอ้แอนนนนน on 2008-02-15 04:02

การถกเถียงกันแบบนี้ (ใช้เหตุผล ไม่ใช่อารมณ์)
มีแต่จะก่อเกิดปัญญา และได้รับสาระกันทุกฝ่าย
big smile
สำหรับบางบล็อค พิมพ์ยาวๆไปก็อาจจะเสียเวลาแทนก็ได้ครับ

เพราะเจ้าของบล็อคไม่รับฟังความคิดเห็น สุดท้ายก็แรงใส่กันจนกลายเป็การทะเลาะ

#3 By ซูเนะโอะ on 2008-02-15 06:06

เป็นสุดยอดการตอบได้สาระจริงๆแฮะ
มีครบทุกอย่าง . . . นี่สิ /==\b

#4 By G.man on 2008-02-15 06:57

ตอบได้เยี่ยม และกระจ่างจริงๆ

#5 By Blade on 2008-02-15 07:41

อาชีพเขียนบทหนังเมืองไทยยิ่งกว่าอีกครับ เงินน้อยชนิดที่ว่าไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ จนต้องหางานอื่นเพิ่มเติม ส่วนพวกที่อยู่ได้คือพวกที่ทำให้หนังไทย เอ่อ...อย่างที่เป็นอยู่

#6 By นายตุ้ย on 2008-02-15 08:08

อย่างนี้สิ รู้จริง

#7 By นายฉิม on 2008-02-15 08:54

โห สุดยอดคอมเม้นต์

#8 By General เบ๊ on 2008-02-15 09:21

comment of the yearopen-mounthed smile

#9 By ilumin on 2008-02-15 09:25

โห คอมเม้นสุดยอดมากเลยครับ
(แทบจะเขียนเป็นเอนทรี่ได้เลยนะครับนั่น wink )
สุดยอดจริงๆ แถมเนื้อหาก็ดีครับ สุดยอดด

#10 By [veho---[[as Gaara]] on 2008-02-15 09:32

คนในวงการหรือป่าวเนี่ย

แต่ถ้าในสังคมไซเบอร์

มีกา่รตอบปัญหา หรือถกเถียงกันด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง

ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก

เพราะทุกวันนี้มันเป็นไปได้ยาก

ไร้สาระกันเป็นส่วนใหญ่

เช่นผมเป็นต้น sad smile

#11 By Maxtrix™ on 2008-02-15 09:43

สุดยอดเลยคนตอบ cry

#12 By Yashima on 2008-02-15 10:20

เป็นคำตอบที่อ่านแล้วเคลียร์เลยครับ

#13 By KennyHass on 2008-02-15 10:30

เข้ามาอ่านsad smile

#14 By blackholesun on 2008-02-15 10:31

บางบล็อคพิมพ์ยาวๆ ก็ไม่คุ้มค่ะ แต่อย่างคุณคนนี้พิมพ์นี่ดีจังนะ

ในฐานะที่เราเองก็เป็นคนเขียนเหมือนกัน พอเข้าใจว่าทำไมเขาต้องเรียกร้อง เพราะเราเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสองในโลกบันเทิงมานานแล้วเหมือนกัน นายทุนได้เงิน นายทุนได้กำไร เราได้แค่ค่าจ้างซึ่งไม่คุ้มเลย

ในต่างประเทศนักเขียนได้เปอร์เซนต์จากการเขียนถึง 30% หรือบางคนอาจจะได้ถึง 50% จากปกคูณจำนวนเล่มที่พิมพ์ แต่บ้านเราได้แค่ 7-15% เท่านั้นล่ะค่ะ - -"

ถ้าจะให้เขียนชีวิตรันทดในสายงานสิ่งพิมพ์อาจจะยาวกว่าสงครามนางฟ้าก็ได้ค่ะ ไม่ต้องตบแย่งผัวเหมือนเขาด้วย รันทดด้วยวิชาชีพล้วนๆ นี่ขนาดเราเพิ่งอยู่มาได้แค่ 3 ปีนะคะ แล้วคนที่อยู่มานานจะขนาดไหน sad smile
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ว่า "ฉะนั้นการประท้วงครั้งนี้ สังคมไทยน่าจะดูและเรียนรู้ พวกเขาไม่ได้มาประท้วงให้ "ยกเลิกหนี้" หรือ "ขึ้นราคาลำไย"
พวกเขามาส่วนแบ่งที่เขาควรจะได้รับจากมันสมองเขา

เคลียร์ค่ะ คอมเมนต์สร้างสรรค์มากค่ะ คุณด้วยความเคารพ
big smile

#16 By KhunDok*Jan on 2008-02-15 11:08

ปรกติที่เถียงกันในเนทมีแต่พวกชอบเอาสีข้างเข้าแถไปวันๆ หาสาระไม่ได้ นับว่า rep นี้เป็นตัวอย่างอันดีเลยครับ

#17 By Omega-Melon on 2008-02-15 11:15

เป็นคอมเมนต์ที่แสดงความตั้งใจจริงๆ
ไม่ได้ใช้อารมณ์ใดๆ...
เคยอ่านที่ว่ากันแบบเอาอารมณ์เข้าสู้นี่
บางทีก็เหนื่อยใจ
big smile

#18 By ยายแม่บ้าน on 2008-02-15 12:10

ปกติคนเค้าจะไม่ค่อยว่างเขียนคอมเมนท์กันมั้งครับ เลยรู้สึกว่า คอมเมนท์ที่ได้มา เป็นเรื่องทั่วไปซะมากกว่า - -'' หาคอมเมนท์ที่ตรงประเด็นไม่ค่อยได้
big smile ต้องเปิดใจคุยกันด้วยเหตุผลจิงๆนะเนี่ยยbig smile

#20 By nanak on 2008-02-15 12:25

อืมขอบคุณสำหรับสาระดีๆครับ
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#21 By [แอ๊บพาย] on 2008-02-15 14:56

ฝาก TAG มาให้ทำครับ ลองเข้าไปอ่านในบล๊อกผมดูนะครับ
งง

#23 By book on 2008-02-15 22:10

เห็นด้วย เป็นการโชว์โง่จริงๆ

#24 By boon boon on 2008-02-15 23:41

คอมเมนต์มีตรรกะอะไรเรียบร้อยเลยนะเนี่ย หามนานแล้วครับ
เพื่อพวกไม่อ่านให้ถี่ถ้วนแล้วเถียงมั่วๆ อ่ะ = ='
เสียดายน่าจะเปิดเผผยตัวหน่อย คอมเมนต์ดีมากครับ
ผู้มีปัญญา ย่อมตอบโต้ด้วยเหตุและผล...น่าชื่นชม อ่านแล้วได้ความรู้ และแนวความคิดของแต่ละท่าน
เพราะไม่มีใครที่จะรู้ได้ทุกเรื่อง ..ชอบการตอบโต้แบบนี้เหมือนกันนะคะ

#26 By MayaKniGht on 2008-02-27 13:39

เป็นคอมเม้นท์ที่ดีสุดยอดจริงๆ ค่ะ
จะได้คอมเม้นท์ที่มีเหตุผลชัดเจนขนาดนี้ ก็ต้องเป็นเรื่องที่มีประเด็นด้วยsurprised smile

#27 By p-i-e on 2008-04-07 14:45

สงวนลิขสิทธิ์ Creative Commons:Attribution-Noncommercial 3.0 Unported