เจ้าของสวนสยามท้อถูกรุมด่าประกาศขายทิ้ง5พันล้าน
13 มกราคม 2551 19:31 น.

เจ้าของสวนสยามท้อ! ถูกพ่อแม่เด็กรุมด่า ประกาศขายทิ้งเครื่องเล่นรวมที่ดิน 5 พันล้าน ระบุเศรษฐีเวียดนาม-ลาวสนใจซื้อ พนักงานกว่า 300 ชีวิตส่อเค้าตกงาน ด้าน ตร.เร่งสอบเอาผิดฐานประมาท หลังพบรางไฟเบอร์เปื่อยต้นตออุบัติเหตุ "อภิรักษ์" เตรียมหารือนายกฯ เร่งออกกฎหมายล้อมคอก ขณะที่นักเที่ยวลดฮวบหวั่นซ้ำรอย

เจ้าของสวนสยามท้อถูกรุมด่าประกาศขายทิ้ง5พันล้าน

เจ้าของ'สวนสยาม'ประกาศขายสวนสนุก5พันล้าน

.

ท่าทางว่านี่อาจจะเป็นผลสรุปของปัญหานี้นะครับ...

หลังจากเกิดอุบัติเหตุติดๆกันสองครั้ง

โดยครั้งก่อนคือวันที่ 23 ตุลาคม 2550
เกิดกับเครื่องเล่น อินเดียน่า ล็อค หรือ ล่องแก่ง
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=8341&catid=17

หลังจากข่าวเงียบไปไม่นาน ก็มาเกิดอีกกับเครื่องเล่น ซุปเปอร์ สไปรัล
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2551 หรือวันเด็กที่ผ่านมา...

.

ถ้ามองในมุมผู้บริโภค งานนี้สวนสยามเป็นผู้ร้ายครับ
คือไม่ดูแลเครื่องเล่นให้ดี มีปัญหาซ้ำซาก สมควรโดนสั่งปิด

แต่ผมอยากมองในมุมของคนที่ทำธุรกิจ
โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำมายาวนานกว่า 26 ปี

26 ปี เกือบจะเท่าๆกับอายุของผมนี่แหละ...

โลกนี้ช่างโหดร้ายนัก ท่ามกลางสารพัดปัญหาทางธุรกิจมากมาย

แค่ผมเล่นเกมบริหารสวนสนุก ผมก็ปวดหัวจะแย่แล้ว
แต่นี่มันคือชีวิตจริง เงินจริงๆ ความรับผิดชอบจริงๆ

ทั้งชีวิตลูกน้อง ชีวิตลูกค้าอีกหลายร้อยคน
เป็นเหมือนเกมที่เล่นพลาดไม่ได้ เพราะเริ่มใหม่ไม่ได้ และไม่มีคนให้อภัย...

ชีวิตของคนคนหนึ่ง ที่เฝ้ามองสถานที่ที่หนึ่ง ค่อยๆเติบโต
ค่อยๆมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น มีคนมากมายเข้ามาและออกไป

มันเหมือนการเฝ้าดูชีวิตอีกชีวิตหนึ่งที่เติบโตขึ้น
เหมือนเป็นลูกสาวหรือลูกชายตัวใหญ่ๆ ที่ทั้งรัก ทั้งผูกพัน และเป็นห่วง...

แน่นอนว่า กิจการไม่มีอายุ ธุรกิจแก่ไม่ได้
แต่คนนั้น มีแก่ มีชรา มีเสื่อม มีถอย...

ธุรกิจบางอย่างเกิดขึ้นและอยู่มาได้นับร้อยปี
นั่นเพราะวิญญาณของกิจการนั้นยังอยู่ แต่เปลี่ยนผู้บริหารมาเรื่อยๆ
จนบางกิจการ เปลี่ยนผู้ถือหุ้น เปลี่ยนคณะกรรมการไปเรื่อย
ผู้บริหารชุดเก่ากับชุดใหม่ไม่ใช่ญาติกันเลยก็มี
แต่ชื่อของธุรกิจก็ยังอยู่

นั่นก็เป็นการทำธุรกิจในรูปแบบหนึ่ง...

ถึงมันจะดี แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบนัก
ผมยังมีความรู้สึกว่าธุรกิจที่ส่งต่อกันรุ่นต่อรุ่น
จากพ่อสู่ลูก จากลูกสู่หลาน มันมีความ "ขลัง" ในแบบของมันอยู่...

แต่โดยมาก ธุรกิจมักจะส่งผ่านกันได้แค่รุ่นลูก
หรืออยู่แค่รุ่นพ่อแล้วก็ต้องจบไป
ซึ่งมีอยู่มากมาย จนถือเป็นเรื่องปกติ...

ซึ่งมักจะเป็นปัญหาด้านการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย
เพราะผู้บริหารคนเดิม วิธีการเดิม มักจะใช้ได้แค่ในช่วงเวลาหนึ่งๆ

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ตลาดก็เปลี่ยน คู่แข่งก็เปลี่ยน
บางครั้งคนรุ่นพอ่ ก็เริ่มจะปรับตัวไม่ทัน หรือไฟในตัวก็น้อยเกินกว่าจะสู้ไหว...

และถ้าผู้รับช่วงต่อ ก็ขาดเชื้อไฟที่ดี ที่จะรับช่วงต่อ
แน่นอนว่า กิจการนั้นก็มักจะไปไม่รอด...

.

ในชีวิตนักธุรกิจ ไม่มีอะไรเสียใจเท่ากับ
กิจการ ที่เปรียบเหมือนลูกที่เลี้ยงมากับมือ ต้องมาตายลงต่อหน้า

ยิ่งทำนาน ยิ่งผูกพัน ยิ่งรัก เวลาจากก็ยิ่งเศร้า

ถึงลูกมันจะเริ่มเกเร เริ่มสร้างปัญหา
แต่พ่อกับลูกก็ตัดกันไม่ขาด อะไรแบบนั้น...

ผมเชื่อว่าไม่มีใครยอมปล่อยให้ลูกตายไปโดยไม่ช่วยอะไร

มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ซ่อนอยู่
แต่ด้วยความที่เราเป็นคนนอก เราก็เลยไม่รู้...

นี่อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่จะถอยออกจากธุรกิจนี้
ถึงจะเป็นก้าวที่ไม่สวยนัก สำหรับนายชัยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ

หนึ่งในชื่อที่ต้องถูกจดจำในวงการสวนสนุกเมืองไทย...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

งืมๆ ข่าวช้าไปหน่อยอ่านล่ะใครนี่ล่ะเอามาลง ต่ะก็สงสารเค้าน่อ คงต้องเป็นเป็น สวนเวียดนาม สวนลาว ล่ะมั้งทีนี้ อิอิ

#1 By MAN-Eater on 2008-01-13 21:17

ก็คิดเหมือนกันล่ะครับว่างานนี้คงมีเศร้ากันแน่ๆ มีแต่เสียกับเสีย ชื่อเสียงที่ทำมาตั้งนานก็พังได้ง่ายๆในช่วงวันเดียว

แต่โดยส่วนตัวไม่อยากให้เจ้าของ้อถอยจนประกาศขาย เพราะยังไงก็เหลือสวนสนุกแค่ไม่กี่ที่ไนประเทศไทย และยังเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่อีกด้วย

เคยไปเมื่อตอนเด็ก จนถึงตอนนี้20แล้วก็ยังไม่ได้ไปอีกเลย

#2 By Kaze on 2008-01-13 21:25

ถูกค่ะ ถ้ามองด้วยสายตาของผู้บริโภค...
และก็ถูกมาก ถ้ามองด้วยสายตาของผู้ทำธุรกิจ...
เฮ้อ.....แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ทำธุรกิจควรจะต้องตระหนักไว้เสมอคือ
ความซื่อสัตย์และซื่อตรงต่อลูกค้าค่ะ

ถ้าจะทำธุรกิจ ก็จะต้องขายสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพอใจสูงที่สุด.....ทำแบบนี้....
ก็ได้แค่ขอแสดงความเสียใจกับเจ้าของด้วย...
เพราะคงไม่มีคนกล้าไปอีกแล้ว เพราะดูท่าที...เขาจะหมดแรงกับการรักษา "ลูก" ของเขาเสียแล้ว...sad smile

#3 By SnowShoe =^-^= on 2008-01-13 21:29

ควรมีการปิดบำรุงระบบเป็นไตรมาสไปน่าจะดีครับ

เพราะส่วนมากไม่ค่อยให้ความสนใจกันเท่าไร

เก็บเงินลูกเดียว

เป็นต่างประเทศโดนฟ้องเละแน่เลย

เห็นใจเหมือนกันครับ

#6 By Maxtrix™ on 2008-01-13 22:05

คิดนานเหมือนกัน ว่าจะออกทางไหน

แต่ ... ก็เห็นว่า Safety ของเรา(คนไทยส่วนใหญ่) ยังมีปัญหา

คิดไกลไปถึง รถไฟฟ้าความเร็วสูง ... โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ... แอร์พอร์ทในต่างจังหวัด

: )

#7 By ขุนอรรถ on 2008-01-13 22:45

#7 เป็นห่วงเช่นนั้นเหมือนกันครับคุณ Aut
ประเทศเราจะก้าวไปไหนไม่ได้เพราะคนไทยเรานี่แหละครับ

#8 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-01-13 22:57

เสียใจมากๆค่ะ
ไม่อยากให้ขายไปเลย

อะไรที่เป็นของคนไทย จะไม่เหลืออยู่แล้วนะ

#9 By gallantfoal on 2008-01-13 22:59

ไม่อยากให้เขาขายไปเลย ...

อยู่มาตั้งแต่ผมยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ
แถมตั้งแต่เกิดมาผมก็ยังไม่เคยไปเลย ...

ทำไมต้องตายไปด้วย ....

#10 By DynamoZero (124.157.165.132) on 2008-01-13 23:42

สวนสนุกที่แรกที่ผมเคยไปเที่ยวเลยนะ

ถึงจะไม่ได้ไปเป็นสิบปีแล้ว แต่ผมว่าถ้าเป้นของประเทศอื่นคงใจหาย

#11 By bellbell on 2008-01-13 23:48

เสียดายนะ

เป็นสวนสนุกที่เรียกว่า เต็มไปด้วยความทรงจำ

น่าเสียดายเหมือนกัน

Hot!

#12 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-01-14 00:13

โดยส่วนตัว
ผมเสียใจว่ะ

#13 By MeiiThamoN on 2008-01-14 00:19

ไม่ว่าจะถูกหรือผิด เจ้าของกิจการซวยทั้งขึ้นทั้งล่องอยู่แล้ว

แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่สนใจประกอบอาชีพด้านธุรกิจบริการแบบนี้ เพราะไม่อยากเจอปัญหาลูกค้าแบบไทยๆ

#14 By Chubby Chocobo on 2008-01-14 00:21

ถ้าคนไทยใส่ใจในคำว่าปลอดภัยไว้ก่อนมากกว่านี้
เหตุการณ์ลักษณะนี้คงเกิดขึ้นได้ยาก

#15 By azlaz on 2008-01-14 00:36

จะมาบ่นน้อยใจอะไรกัน?
การดูแลเครื่องเล่นให้สมบูรณ์พร้อม100%เสมอ
คือหน้าที่ของเจ้าของกิจการนะคะ

บ่นน้อยใจเพราะโดนตำหนิ
แล้วพ่อแม่ที่ลูกเขาตกลงมาบาดเจ็บ หรือถึงขั้นตายล่ะ?

รักประกอบอาชีพก็ต้องมีจรรยาบรรณด้วยเน้อ
ไม่ใช่ตั้งมาเรียกเงิน พอพังพอเจ๊งคนเจ็บตัวก็แล้วๆกันไป

#16 By EGUANAฟ้าประทาน on 2008-01-14 01:02

อืม ผมว่าก็น่าเห็นใจนะครับ

คือส่วนหนึ่งก็ผิดล่ะ ที่ไม่ดูแลรักษาเครื่องมือให้ดีพร้อมอยู่เสมอ

แต่ว่าอีกมุมนึง จะให้ที่ไหนๆไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เลย ผมว่าเป็นไปได้ยากนะ ขนาดดิสนีย์แลนด์ที่ว่าดังๆก็ใช่ว่ามันจะไม่เคยมีอุบัติเหตุขึ้น

แล้วการดูแลงานเสกลใหญ่แบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนกัน ในโลกนี้มันไม่มีทางมีอะไร Perfect ไปได้หมดหรอกครับ

#17 By imome on 2008-01-14 03:18

ถ้าเขาขายทิ้งจริงก็น่าเศร้าละครับ แต่ผมว่าเขาก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น
ควรจะดูแลเครื่องเล่นให้ดีกว่านี้จริงๆครับ
เป็น entry ที่มากกว่าข่าวจริง ๆ ครับ

#19 By Snare on 2008-01-14 08:00

แว๊กกกกกกกกกกกกกกก
วอร์เท็คหนูยังไม่ได้เล่นเลยอ่ะ

#20 By :: ipup :: on 2008-01-14 09:35

เออแหะ ขายไปก็ต้องเปลี่ยนเป็น สวนลาว สวนเวียดนาม รึป่าววะ sad smileแต่จริงๆคุณเป็นเจ้าของก็ต้องรับผิดชอบแหละถึงจะอะไรก็เถอะ ในเมื่อมันไม่พร้อมก็ไม่น่าเปิดน่าจะตรวจสอบซะก่อน แค่นี้ก็ไม่น่าจะเกิดเรื่องแล้ว

#21 By zero on 2008-01-14 10:52

อยู่กรุงเทพแต่ไม่เคยไปเลยค่ะ...
เห็นด้วยกับเมนต์ที่7เหมือนกันค่ะ

#22 By ยายแม่บ้าน on 2008-01-14 12:05

อ่านแล้วเศร้า จริงๆ สวนสยามมีมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก เสียดายมากๆ แต่ทำไงได้ เพราะอะไร เจ้าของดูแลเครื่องเล่นไม่ดี หรือเครื่องเล่นมีอายุการใช้งานมาก หรือเพราะคู่แข่ง

#23 By หนึ่ง on 2008-01-14 13:51

ไทย-เทศแห่รุมทึ้ง"สวนสยาม"-เจ้าของเล็งเซ็งลี้ให้กทม.!
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000005217

#24 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-01-14 15:43

ไม่น่าขายนะครับ ของคนไทยเราแท้ๆ

#25 By นายฉิม on 2008-01-14 16:34


น่ากลัวนะผมว่า

น่าจะหาทางคิดช่วยกันมากว่ามาโทษกันนะ
อืมม..​ธุรกิจที่มีระยะเวลากิจการนาน ๆ มันดูขลังดีจริง ๆ ครับ และถ้าหากมันต้องปิดตัวลงไป มันก็ฟังดูน่าเสียดายเหมือนกัน หรือว่าเป็นของคนไทยสุดท้ายขายให้คนอื่น โดนฮวบกิจการอะไรอย่างเนี้ย

#27 By BeN (203.113.39.13) on 2008-01-14 18:23

ไม่ปิดไม่ได้หรอก ไม่งั้นมันก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีว่า มันมีปัญหาถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ต้องปรับปรุง แต่จะปิดถาวรหรือเปล่า เราว่ามันขึ้นอยู่กับคนที่มาซื้อว่าเงินมากแค่ไหน เท่าที่เรารู้ที่ตรงนั้นแพง และจริงๆเจ้าของก็อยากขายแหละ(แต่แกก็ขายแพงอีกเช่นกัน) ตอนนี้ดรีมเวิร์ลอยากเข้ามาโอบอุ้ม ก็ปล่อยไปเหอะ แต่เครื่องเล่นต้องปรับปรุงจริงๆแหละHot!

ตอนเด็กๆสวนสยามเป็นที่ที่เราชอบมากที่สุดเลย
อยากให้มีต่อไปแหละนะ แต่ว่าที่หลังๆไม่ไปเพราะมันเก่าแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นเท่านั้นเองcry
ทุกอย่างมันเป็นไปตามกลไกของมัน

จะยื้อไปไม่มีประโยชน์ เกิดปัญหาคนรับผิดชอบไม่มี

#29 By book on 2008-01-14 18:40

เปิดมายี่สิบกว่าปียังไม่ได้กำไรเลยธรุกิจที่ทำด้วยใจจริงๆอะเห็นใจเว้ย

#30 By varu on 2008-01-14 19:34

เราสงสารเจ้าของมาก
ไม่มีใครหรอกที่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
เจ้าของสวนสยามก็ต้องจ้าง ช่าง ต่างประเทศมาเช็คเครื่องเงินเดือน ละ 2ล้านบาท เพื่อให้เครื่องปลอดภัยใช้งานได้

แต่คนไทยนี้สิ
พอ มี สวนสนุก ก็ ชอบบ่น ว่าเก็บแต่ตังค์ทั้งที่ตัวเองไม่รู้ดีพอว่า เค้า ปรับปรุงซ่อมแซม จ่ายไปเท่าไร กี่ล้าน

พอ เค้าจะประกาศขาย ก็บ่นว่า ไม่อยากให้ตกเป็นของต่างชาติ

ทั้งนี้ทั้งนั้น เกิดจากคนไทยนี้แหละ
ไม่รู้สิ แต่เคยไปเที่ยวสวนสยามอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนเด็กๆ ไปเที่ยวสวนน้ำ ไปว่ายน้ำ ปรากฏว่ากระเบื้องบาดเท้า ก็ไม่ได้ว่าอะไร ครั้งที่สองไปเมื่อเร็วๆนี้ ตอนไปเล่นเครื่องเล่น มันก็ดังเอี๊ยดๆ เราก็กลัวเลยไม่ได้เล่นอะไรมากนัก จำได้ไปเล่นแร็ปเตอร์ด้วย(มากกว่า 1 ครั้งนะ เพราะ ติดใจมากตอนไปเล่นที่ดรีมเวิร์ล) ปรากฏว่ากลับบ้านมาหลังบวม คือ มันเขียวช้ำจนปูดขึ้นมา แล้วแร็ปเตอร์ไม่มีเข็มขัดด้วยนะ ให้เกาะอย่างเดียว กระแทกก็ใช่ว่าจะน้อยๆ อ่านข่าวนี้ก็รู้สึกเฉยๆนะ ไม่รู้สิ พูดตามตรงเลย ถ้าอยากให้ธุรกิจประเภทนี้เฟื้องฟู นักธุรกิจก็ควรจะให้ความปลอดภัยมาก่อนเป็นอันดับแรก ใช่ไหม? แต่ก็แอบสงสาร+เสียดายนะ ถ้าจะปิด สรุปแล้วเราว่าน่าจะปิดชั่วคราว ปรับปรุงอะไรๆให้มันดีขึ้นก่อน แล้วค่อยเปิดเมื่อพร้อมจริงๆค่ะ ^^

#32 By DarkDuck on 2008-01-14 20:48

เสียดาย.. ยังไม่เคยไปเลยแฮะ sad smile

น่าสงสารทั้งผู้เคราะห์ร้ายและเจ้าของสวนสนุก
มีแต่เสียกับเสียแฮะ...

#33 By Tamichi / mhapia on 2008-01-14 21:30

ก็ได้ยินเจ้าของเขาบ่นว่า..
ถ้าเป็นสมัยหนุ่มๆ เจอแบบนี้เขาก็ยังจะสู้ต่อไปเหมือนตอนโดนฟ้องล้มละลายคราวก่อน แต่ตอนนี้ก็แก่แล้ว ลูกๆก็เรียนจบสูงๆมาหมดไม่อยากที่จะให้ต้องมาลำบาก ก็เลิกๆมันซะดีกว่า

#34 By naiamibios on 2008-01-14 22:22

มาครั้งสุดท้ายเมื่อ ป.4 มาเข้าค่ายลูกเสือ
แล้วก็มาเล่นที่นี่ ตอนนั้นอินเดียน่าล็อคยังนิสัยดีอยู่เลย เล่นสนุก
ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วเรอะ!!!
แล้วเครื่องเล่นใหม่ก็เกเรกับเค้าด้วยอีก
ไม่น่าเล้ย...

#35 By Maew on 2008-01-14 22:27

มันมีหลายปัจจัยครับ เด็กอาจจะไม่ระัวังเอง ถ้าปล่อยให้เด็กเค้าเล่นช้าคนก็บ่นด่าอีก เค้าทำไงได้ล่ะ

น่าเ้ห็นใจครับ ถอยมาแหละดีแล้ว
ทำถูกแล้ว

ยิ่งในช่วงที่เมืองไทยกำลังจะมีสวนสนุกแห่งใหม่หลายพันล้าน
กำลัง มาลงทุนด้วยแล้ว

ศึกนี้อาจะจะสู้ได้ยากนัก

ขายซะแล้วไปนอนตีพุงเล่นที่เกาะเคย์แมนเหอะครับ ประเทศนี้ทิ้งให้คนมีกรรมอยู่กันดีกว่า

#38 By Penz on 2008-01-15 15:02

ได้เวินแล้วดูแลด้วยนะ

#39 By ru (222.123.171.254) on 2008-01-15 15:36

ผมเห็นด้วยกับคุณโก๋นะครับ ผมเที่ยวสวนสยามตั้งแต่ยังไม่เปิดเป็นทางการ ตอนนั้นอายุ 6-7 ขวบเองมั้ง จนโตขนาดนี้แล้วก็ยังไปเท่ยวเล่นอยู่

เรื่องอุบัติเหตุมันก็เกิดกันได้ ซึ่งคราวนี้ก็ถึงคราวซวยของสวนสยามที่ดันเกิดเหตุการณ์ซ้ำสอง

แต่อย่างไรเสีย สิ่งที่เค้าให้กับเราก็มีค่า และเยอะอยู่นะครับ ผมมีความทรงจำดี ๆ มากมายที่สวนสยามนะครับ

#40 By เจ้าชายน้อย on 2008-01-18 13:03


สงวนลิขสิทธิ์ Creative Commons:Attribution-Noncommercial 3.0 Unported