ชงชาให้อร่อย...

posted on 08 Mar 2007 13:01 by kohsija  in Conclusion

นอกจากกาแฟแล้ว ผมยังดื่มชาเป็นประจำอีกด้วย...

นึกภาพเหมือนนอกจากพี่จะดูดบุหรี่แล้ว พี่ยังกินเหล้าเป็นประจำอีกด้วย... -_-"

.

ใครจะว่ายังไงก็ช่าง แต่ผมก็ยังเห็นชากับกาแฟเป็นของดี มากกว่าจะเป็นยาพิษ

หลังจากดูสารคดีและอ่านหนังสือเกี่ยวกับชามาเล็กน้อย
และทดลองมาแล้วหลายเดือน

ผมว่า ชาจีน แบบดำนะ ไม่ใช่ชาเขียว อร่อยสุดละ
ชาเขียว หรือชาซองฝรั่งสู้ไม่ได้แม้แต่น้อย...

และเคล็ดลับการชงชาให้อร่อยไม่มีอะไรเลยนอกจาก....

1. ปริมาณใบชาที่พอดี
1. น้ำร้อนเต็มที่

.

เรื่องปริมาณใบชานี่ อาจจะต้องใช้ประสบการณ์กันเสียหน่อย

ว่าจะใส่แค่ไหน ถึงจะไม่เข้มไป หรือจางเกินไป
เพราะปริมาณที่เข้มพอดี ชาจะมีรสฝาดของแทนนิน

ซึ่งนั่นแหละครับ ความอร่อยสุดยอดอยู่ตรงนี้
ความฝาดนิดๆ ที่เคลือบปากและลิ้น ลงไปถึงลำคอ

จะทำให้เกิดความชุ่มคอ และหอมชื่นใจแบบสุดๆ

ดังนั้นการกินชาที่ไม่ฝาดเลย ชงเสียจางบางจ๋อย
แถมใส่น้ำตาลซะหวานเจี๊ยบ กินเย็นๆ เนี่ย

ถือเป็นการดูถูกการดื่มชาที่มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปี เป็นอย่างมาก...

.

ว่าด้วยเรื่องน้ำร้อน หลายคนอาจจะไม่ให้ความสำคัญกับมันเท่าไหร่
แต่คนจีนที่ชงชาจริงจัง เขาจะเน้นมาก ว่าต้องใช้น้ำเดือดร้อนจัดๆ เท่านั้น

โดยเขาจะลวกแก้วและกาที่ใช้ก่อนจะชง

ที่เขาลวก ไม่ได้ทำความสะอาดนะครับ
แต่เขาต้องการจะ "อุ่น" ภาชนะให้ร้อนต่างหาก

นี่คือจุดสำคัญเลยครับ ที่ต้องอุ่นภาชนะ ก็เพื่อให้เวลาเราเทน้ำร้อนลงไปชงชา
น้ำที่เทลงไป จะไม่เย็นลงเพราะอุณหภูมิของกา หรือแก้วไปเสียก่อน

ทำให้ใบชาได้รับน้ำที่ร้อนเต็มที่ และสม่ำเสมอ
และจะสกัดเอา กลิ่น สี และรส ของใบชา ออกมาได้อย่างเต็มที่ที่สุด

และเมื่อเทลงในแก้วที่อุ่นแล้ว น้ำก็ยังคงไม่เย็นลงเท่าไหร่
นั่นจะทำให้เราได้สัมผัสรสชาติเดิมของชาจริงๆ

.

เวลาดื่ม ก็มีวิธีที่ถูกต้องเหมือนกัน

โดยการใช้ภาชนะแก้วชาขนาดเล็ก ปากกว้างซักหน่อย
ใส่ชาให้พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป

ถ้าเป็นแก้วชาแบบกระเบื้อง แก้วชาจะร้อนมาก
เวลาจับ ใช้นิ้วโป้ง กับนิ้วกลาง หนีบตรงปากแก้ว
แล้วใช้นิ้วนางรองที่สันก้นแก้ว

ยกขึ้นมาดมก่อน เพื่อรับรู้กลิ่น

แล้วจึงยกแก้วมาสัมผัสกับปาก โดยห้ามเป่าเด็ดขาด
เพราะจะเป็นการไล่กลิ่นหอมของชาให้หายไป

ให้ดื่มชาโดยหายใจออก แล้วดูดลมเข้าปาก
โดยลมช่วงแรกจะดูดเอากลิ่นของชาเข้าสู่ปากและปอด

และให้เอียงแก้วให้น้ำชาโดนลมช่วงต่อมาดูดเข้ามากระจายในปาก

อมชาเอาไว้ ให้น้ำชากลัวไปทั้งปากและลิ้น
สัมผัสรสชาติที่ได้ในปาก

และเริ่มหายใจออกช้าๆ
ตอนนี้จะได้กลิ่นของชาที่เข้าไปตอนแรก รวมกับที่มากับน้ำชาตอนหลัง

ตอนนี้แหละครับ ที่สุดยอดมากๆ....

การดื่มชาแบบนี้ คุณจะแยกชาที่ดี กับชาที่ไม่ดีออกจากกันได้เลยทีเดียว
แม้ว่าคุณจะไม่ชำนาญเรื่องชาเลย ก็ยังคงสามารถรู้สึกได้...

.

ลองทำดูครับ ดูจะยุ่งยาก แต่นี่คือศิลปะแขนงหนึ่งของโลก...

ศิลปะการดื่มชานั่นเอง....

.

แต่สำหรับชีวิตที่เร่งรีบ ไม่มีเวลาละเลียด
ผมก็มีทางลัดให้เลือกเช่นกัน...

ใช้นี่ครับ...



แก้วสเตนเลสแบบเก็บความร้อน...

ใบนี้บัีงเอิญได้มาฟรี... -_-

ผมทดลองดูแล้ว เพราะตัวมันเองไม่นำความร้อนของน้ำ
ทำให้เวลาชงชา น้ำจะร้อนสม่ำเสมอดี

และก็สามารถเก็บความร้อนได้นานพอควร
เวลาดื่ม เราก็จะมีเวลาได้กินชาร้อนๆ นานขึ้นกว่าแก้วเซรามิกทั่วไป

เพียงแต่อาจจะต้องมีที่กรองใบชาไว้ใช้
และก็รสชาติจะด้อยกว่าการใช้กาดินเผาอยู่ซักหน่อย...

ลองดูครับ...

ขอให้มีความสุขกับการดื่มชาร้อน... Happy tea time...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านมาตั้งนาน สังเกตเห็นว่า..

ก๊ากๆๆ แก้วสเตนเลสของคุณโก๋เหมือนแก้วของผมเปี๊ยบ!!

#1 By Catkun on 2007-03-08 13:43

ชอบดื่มชามากๆ มาอ่านเอนทรี่นี้ได้ความรู้มากขึ้นเยอะเลย ขอบคุณนะน้องโก๋

ที่ถามเรื่องร้านเชิงผาน่ะ อยู่ที่เขาค้อครับ

#2 By จั่นเจา on 2007-03-08 16:37

ไว้จะลองทำตามที่แนะนำ จ้า(เห็นแล้วอยากดื่มเหมือนกานนะเนี่ย)

#3 By air on 2007-03-08 17:20

นึกถึงตอนที่กินขากะแม่จังครับ
บ้านผมก็มีนะแก้วนั้น 555+

#5 By Grëêñßåÿgøñ™ on 2007-03-08 18:48

การชงชา ดื่มชา
เป็นศิลปะจริงๆ นั่นแหละครับ
แต่
ผมไม่ดื่มของร้อน

#6 By AkE on 2007-03-08 19:21

ชาจีนไม่เคยซื้อมาชงแฮะ

แต่ชอบชาลิปตัน +ใส่น้ำตาล + นม

#7 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2007-03-08 19:31

ตัวแก้วดูเหมือนจะผ่านศึกชงชามาอย่างโชกโชนเลยนะครับ

#8 By oatato on 2007-03-08 20:03

อ่านแล้วอยากชงกินเลย..
แต่ชาร้อนแบบเทจากกาใส่ถ้วยเล็กๆนี่ผมยอมจริงๆ

มันร้อน~~~ มากๆ
แต่เห็นอากู๋นั่งซร้วบอย่างเอร็ดอร่อย

คาราวะเลยขรับ

#9 By Already Exist™ on 2007-03-09 00:30

อยากได้แก้วแบบนี้จัง เคยเจอในร้านจีน
ถามเค้าซื้อที่ไหน เค้าบอกฮ่องกง..จบข่าว

ว่าแต่กินชาบ่อยๆท้องจะผูกอะป่าว surprised smile

#10 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2008-03-26 10:49

แก้วสเตนเลสสองชั้นก็มี ลองหาดูน่ะ
เราซื้อของไทยทำนี่แหละ สามร้อยกว่าบาท

แล้วก็กินชาท้องผูก คือกินชาแก่จัด ปริมาณมาก
แต่ถ้ากินนิดหน่อย จะช่วยระบายนะ
big smile

#11 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-03-26 11:09

เคยได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการชงชาจีนมาอยู่สามสี่ที่ค่ะ
ได้ความว่า
อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการชงชาอยู่ที่ 60-70 องศาซี
ร้อนกว่านั้นวิตามินหาย เย็นกว่านั้นกลิ่นและสีจะไม่ออก
และเป็นอุณหภูมิที่ทำให้ดื่มได้เร็วกว่าค่ะ
ถ้าเริ่มที่ 100 องศาซีจะเริ่มดื่มได้ช้ากว่าเพราะว่าจะร้อนเกิน
การดื่มของร้อนบ่อยๆทำให้เกิดโอกาสเป็นมะเร็งในทางเดินอาหารได้ค่ะ

แล้วก็จะไม่ใช้ใบชาเดิมชงซ้ำ
เพราะว่าชาน้ำหลังๆทำให้ท้องผูก ค่ะ

ส่วนอย่างอื่น ตามที่เขียนค่ะ : )

#12 By mari (61.47.1.135) on 2008-03-26 15:20

ขอบคุณครับ เรื่องอุณหภูมิชานี่ผมก็ไม่เคยศึกษาจริงๆซักที

#13 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-03-26 18:17

ขอบคุณครับ...

#14 By (203.144.130.176) on 2008-05-15 14:33

สงวนลิขสิทธิ์ Creative Commons:Attribution-Noncommercial 3.0 Unported