กลัวจะเครียดกันนะ

แต่อยากให้ได้ประโยชน์มากกว่า...

วันนี้จึงขอนำบทสวดมนต์ที่ทุกท่านน่าจะเคยได้ยิน
แต่น้อยคนจะรู้คำแปล และจดจำได้...

ขอเริ่มกันด้วยบทเบสิค ที่ทุกท่านที่เป็นชาวพุทธ ควรจะท่องจำได้

.

.

บทสวดสรรเสริญพระรัตนตรัย

๑. พุทธคุณ

อิติปิโส ภะคะวา
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชชาจะระณะ สัมปันโน
สุคะโต โลกะวิทู
อนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ
สัตถาเทวมนุสสานัง พุทโธภะคะวาติ

๒. ธรรมคุณ

สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก
ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิติ

๓. สังฆคุณ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทังจัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย
ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

คำแปล

พุทธคุณ – แม้เพราะอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
เป็นพระอรหันต์ผู้บริสุทธิ์เป็นผู้ควรแนะนำสั่งสอนผู้อื่น
ควรได้รับความเคารพบูชา เป็นผู้ตรัสรู้ชอบเอง
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชาและความประพฤติ
เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นผู้รู้แจ้งโลก
เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ฝึกได้ ไม่มีใครยิ่งไปกว่า
เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
เป็นผู้ตื่นและเบิกบานแล้ว และเป็นผู้จำแนกแจกธรรม

ธรรมคุณ – พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว
อันผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง
ไม่ขึ้นอยู่กับกาล
ควรเรียกให้มาดู
ควรน้อมเข้ามาในตน
อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน

สังฆคุณ – พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี
เป็นผู้ปฏิบัติตรง เป็นผู้ปฏิบัติถูกทาง
เป็นผู้ปฏิบัติสมควร เป็นผู้ควรแก่ของคำนับ
เป็นผู้ควรแก่การต้อนรับ เป็นผู้ควรแก่ของทำบุญ
เป็นผู้ควรแก่การทำอัญชลีกราบไหว้ เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก

.

.

ลองสวดบ่อยๆ
ระลึกถึงคุณแห่งพระพุทธเจ้าที่ทรงสะสมบารมีนับชาติไม่ถ้วน
เพื่อมาตรัสรู้เป็นพระผู้รู้ สมณโคดมพุทธเจ้า...

แต่ก็มิได้ทรงเสวยสุขนั้นเพียงผู้เดียว
แต่กลับทรงลำบากตรากตรำสั่งสอนเหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลายให้รู้ถึงความจริง
จนแม้แต่วาระสุดท้าย ก็ยังทรงสั่งสอนให้เราทุกคน ระวังตนไม่ให้ตกอยู่ในความประมาท

จะมีครูผู้ใดที่ยิ่งใหญ่ และเสียสละเท่านี้อีกหรือ...

.

.

และอีกบทที่พระจะสวดให้เราฟังบ่อยๆ
เห็นคนก็รับ สาธุๆๆ
แต่รู้ความหมายกันไหมครับ...

.

.

สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา สีเลน นิพพุตึ ยนฺติ ตสฺมา สีลํวิโส ทเย

แปล
ศีลทำให้เราเข้าถึงสุคติ ศีลก่อให้เกิดโภคทรัพย์
และศีลนำมาให้ได้ถึงความดับ หรือพระนิพพาน
ด้วยเหตุฉะนี้ จึงควรรักษาศีลไว้ด้วยดี

.

.

บทนี้ท่านสอนให้เรารู้คุณแห่งศีล
แม้เพียงแค่ศีล 5 ก็ทำให้เราเป็นผู้มีความสุข มีทรัพย์
และเป็นเหตุทำให้ใกล้ถึงนิพพานได้แล้ว

อย่าคิดว่ามันโอเว่อร์ เป็นไปไม่ได้นะครับ
อย่างน้อยผู้มีศีล ก็ยังเข้าใกล้ความสุขความเจริญกว่าผู้ไม่มีศีลอย่างแน่นอน

เราจึงควรเป็นผู้มีศีล อย่างน้อย 5 ข้อ คือ

๑. ปาณาติปาตา  เวรมณี  งดเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป
๒. อทินนาทานา เวรมณี งดเว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้
๓. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๔. มุสาวาทา เวรมณี งดเว้นจากการกล่าวเท็จ
๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี งดเว้นจากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
.
.
อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องไกลตัว
หากเรายังกล้าพูดได้เต็มปากว่า นับถือศาสนาพุทธ
ก็อย่าให้นับถือแต่ชื่อ หรือพิธีกรรมประหลาดนอกศาสนา
ควรศึกษาให้รู้ถึงแก่นแท้ และน้อมนำมาใส่ตน
เพราะพระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว 
อันผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง (ถ้าปฏิบัติ จะเห็นชัดด้วยตนเอง)
ไม่ขึ้นอยู่กับกาล (สามารถพิสูจน์ได้เสมอ ไม่มีเก่าเกินไป หรือใหม่เกินไป)
ควรเรียกให้มาดู (ควรเรียกให้ผู้อื่นมาศึกษา)
ควรน้อมเข้ามาในตน (ควรศึกษาให้ถ่องแท้)
อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน (จะเข้าใจได้เฉพาะตน ไม่มีใครบอกให้รู้เห็นตามตนได้)
ก่อนจาก ขอฝากเรื่องนี้ให้อ่าน
ศีลเป็นอาภรณ์อันประเสริฐ
เพื่อให้เห็นว่า ไม่มีอาภรณ์ใดประเสริฐกว่าศีล
ไม่มีกลิ่นหอมใด หอมกว่าศีล
.
.
ขอแค่ 5 ข้อเองนะ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตอนเด็กๆป๊าให้สวดทุกวัน วันละร้อยแปดจบ
จำขึ้นใจเลยงะ

#1 By A Little Cancer Cell on 2005-12-23 18:53

สวดมาก ก็ใช่ว่าดีนะครับ
รอบเดียวก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ
สำคัญคือ สวดแล้วไม่ว่อกแว่ก

สวดมาก แต่หาสมาธิไม่เจอ
ก็ไม่มีประโยชน์นะครับ...

สวดมนต์ เป็นยาทา
วิปัสนา เป็นยากิน

#2 By โก๋สิจ๊ะ on 2005-12-23 18:56

ขอบคุณครับ

#3 By dionysos.exe on 2005-12-23 18:58

สวดทุกวันค่ะ ไหว้5ครั้งตามสูตรของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
สวดยอดพระกัณไตรปิฎกด้วยถ้าคืนไหนสวดไหว(เพราะค่อนข้างยาว)
มีการสวดอีกแบบหนึ่งมาให้ลองครับ

ลองสวดมนต์โดยสวดทีละคำสิครับ
ให้ระลึกรู้ว่า กำลังพูดคำว่าอะไร
ปากกำลังอยู่ลักษณะไหน
ทีละคำๆๆ อย่ารวบอย่าข้าม...
ถ้าหลงคำ หรือหลงรูปปาก ก็เริ่มใหม่...

แล้วลองดูสิครับ
ว่าตัวเอง เชี่ยวขนาดไหนแล้ว...

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2005-12-23 20:18

บทสวดบูชาพระรัตนตรัยเนี่ย
สวดได้ไม่ต้องดูโพยค่ะ พร้อมสวดคำแปลทำนองสรภัญญะได้เช่นกันเซี๊ยะด้วย

ใครๆก็ไม่เชื่ออ่ะ ...
ทำม๊าย คนมีพระพุทธศาสนาในใจ ต้องนุ่งขาวห่มขาว เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้เท่านั้นเรอะ?

#6 By แมวหลอน haunted cat on 2005-12-24 00:46

คุณโก๋ คราวหน้าขอบทแผ่เมตตาหน่อยสิครับ
จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้แผ่เมตตาเลยหล่ะครับ
อืม...ช่วงนี้จิตฟุ้งซ่านพอดี ได้บทสวดมนต์เพือทำให้มีสมาธิมากขึ้น ดีดีคับ

#8 By mean boy (210.86.135.1) on 2005-12-24 11:43

คุณแมวหลอน : ก็ไม่จำเป็นไงครับ
คนมีธรรมมะ ไม่ต้องแยกตัวออกจากปกติ
คนที่แยกตัว แสดงว่า ไม่เข้าใจธรรมมะ
เพราะธรรมมะคือธรรมชาติ คือตัวเรา

แต่คุณแมวหลอนนี่ คุณสมบัติเลิศหลายด้านเชียวนะครับ
งานฝีมือ ทำกับข้าว แถมสนใจธรรมมะด้วย
อ่า... คุณแมวหลอน สุดยอด...

คุณหัวใจเดินทาง : ไม่เห็นจำเป็นเลยครับ
ถ้าคิดจะแผ่ ก็คิดในใจว่าอยากให้ผู้อื่นเป็นสุข
โดยคิดในเวลาที่ใจเราสงบ เบิกบาน มีกุศลจิต
แค่นั้นก็เรียกว่าแผ่เมตตาแล้วครับ

การท่องบ่น โดยไม่เข้าใจความหมาย
ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ครับ
เพราะมันไม่ใช่คาถา นี่ไม่ใช่ศาสนาพราหมณ์
อย่าสับสนนะครับ... เจตนาเป็นใหญ่ครับ

#9 By โก๋สิจ๊ะ on 2005-12-24 12:38

สวดแล้ว อย่าลืมให้อภัยคนที่เราไม่ชอบด้วยละทุกท่าน big smile (ว่าเข้าไปนั่นตัวเองยังทำไม่ได้เหมือนกัน อิๆ)
wow อนุโมทนาบุญค่า

#11 By TaLgY on 2008-02-16 22:22

สงวนลิขสิทธิ์ Creative Commons:Attribution-Noncommercial 3.0 Unported