มาตามสัญญาแล้วครับ

ขอเชิญพบกับ Review ตามใจฉัน ฉบับ The Da Vinci Code ครับผม..

หลังจากได้มาเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้อ่านเสียที
จนเมื่อไม่นานมานี้ถึงได้มีกะจิตกะใจอ่านมันจนจบจนได้
ภายในเวลาประมาณ 8 วันล่ะมั๊ง... พูดแล้วเหมือนคนว่างงานเลยนะครับ...

วันนี้เลยมา Review หนังสือ "The Da Vinci Code ฉบับพิเศษ พร้อมภาพประกอบ" นะครับ...

ผิดพลาดประการใด ไม่ถูกใจ ก็ขออภัยมาล่วงหน้านะครับ...

เริ่มด้วยหน้าปกครับ

สีแดงแรงฤทธ์ดีนะครับ...

ออกแนวน่ากลัวเหวอๆ เล็กน้อย... ไม่ค่อยเหมือนหนังสือนวนิยายเท่าไหร่...
ด้วยมิติ กว้าง 18 ซม. ยาว 25 ซม. หนา (รวมปก) 3.2 ซม.
ทำให้หลายๆ ท่านไม่กล้าจะหยิบมันขึ้นมาอ่านเท่าไหร่...

แต่ความจริง ปกของฉบับภาษาไทย มี 2 แบบครับ

นี่คือแบบที่ 1

และนี่คือแบบที่ 2 ครับ

เห็นอะไรมั๊ยครับ...

จริงๆ แล้วปกทั้งสองแบบ มันก็คือกระดาษแผ่นเดียวกันนั่นเองครับ
เหมือนปกการ์ตูนสมัยนี้น่ะครับ ที่จะมีปกสีทับปกจริงอีกที
เพียงแต่ว่าจะเอาด้านไหนออกมาเท่านั้นเอง...

เวลาเบื่อๆ ก็เปลี่ยนปกมันเล่น แล้วหยิบมาอ่านอีกรอบก็ได้ครับ...

ปกจริงๆ มันหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ...

เป็นกระดาษแข็ง ทับด้วยลายพิมพ์เหมือนกับลายผ้าเก่าๆ...
มองเผินๆ เหมือนตำราโบราณอะไรซักอย่างครับ...

ตรงกลางปกมีตัวหนังสือพิมพ์เอาไว้ด้วยครับ...

โอย... เราจะเป็นพวกนอกรีต อ่านตำราแม่มดกันแล้วครับ... :)

ด้วยน้ำหนักและขนาดที่กำลังดี ที่ทำให้ผู้ถือรู้สึกเหมือนเป็น Dictionary ขนาดกลาง
มาดูภายในกันเล็กน้อยครับ...

จุดที่ดีของฉบับพิเศษ พร้อมภาพประกอบนี้ก็คือ

  1. เนื้อกระดาษอาบมันอย่างดี แต่สะท้อนแสงน่าดู ต้องหามุมดีๆ ไม่อย่างนั้นแสบตา
  2. มีภาพประกอบครับ...

ก็ตามอย่างเขาว่าครับ นี่คือจุดดีเลย...
ภาพประกอบเยอะดีครับ โดยจะเอาภาพที่เกี่ยวกับเนื้อหาในหน้านั้นๆ มาให้ดูประกอบ
ทำให้เราสามารถนึกภาพต่างๆ ออกได้ง่ายครับ...

หรือแม้แต่ภาพ The Last Supper ก็มาด้วยเช่นกัน

โดยในเล่มนี้คุณจะได้ดูภาพงานศิลปะ และอาคารสถาณที่ต่างๆ ในเรื่องกันอย่างจุใจ
ไม่ต้องด้น ไม่ต้องเดากันเหมือนฉบับธรรมดาครับ...

และส่วนดีสุดๆ อีกข้อของฉบับนี้คือ คนแปล ครับ...

ต้องขอชมเลยครับ ว่าทำการบ้านได้ดี และก็ทำงานได้น่าพอใจ
โดยเวลามีชื่อศิลปินต่างๆ ก็จะมีเชิงอรรถ (ที่อยู่ด้านล่างของหน้าน่ะครับ ลองดูภาพก่อนหน้านี้ได้) มาอธิบาย
บอกประวัติย่อๆ พร้อมปี ค.ศ. ประกอบไว้ด้วย...

มีเกร็ดความรู้สำหรับคำบางคำที่อาจจะมีความหมายซ่อนอยู่
หรือเป็นการอธิบายการเล่นคำของภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เป็นต้น
ถ้าขาดคำอธิบายเล็กๆน้อยๆ พวกนี้ ผมก็ยอมรับว่าอาจจะอ่านมันไม่สนุกก็ได้ครับ

และส่วนที่ต้องชมอีกส่วนคือ ความฉลาดที่จะเลือกทับศัพท์ต้นฉบับ แทนที่จะแปลครับ
ในคำบางคำ ถ้าใช้คำแปลไปเลย ก็อาจจะขาดอรรถรสไปได้มาก เช่นการบ่นภาษาฝรั่งเศส
หรือการเรียกคำย่อ หรือตำแหน่งต่างๆ ในภาษาฝรั่งเศส...
ถ้าให้ผมอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษเอง ผมคงอ่านไม่ถูกแน่ๆ ครับ...

เช่นคำว่าJacques Saunière ให้ผมอ่านเอง คงอ่านว่า แจ็คคูส์ ซาวนิเล่
แต่จริงๆ มันอ่านว่า ฌาคส์ โซนิแยร์........... ไม่ได้ใกล้เคียงเลยตู -_-"

เอาหน้าคนแต่งมาให้ดูครับ

ตอนอ่านก็นึกหน้าพระเอกเป็นตานี่ไปพลางๆ ครับ
เพราะนึกหน้าคนอื่นไม่ออก...

จบส่วนการรีวิวหนังสือแล้วครับ....

แต่ไปเป็นส่วนที่เรียกว่าอะไรดี... Spoil มั๊งครับ...
ถ้าไม่ชอบรู้เรื่องก่อนบ้างเลย ก็ข้ามไปได้เลยครับ...

  • ตามความเห็นผมเลยนะครับ เรื่องนี้ไม่ควรใช้ชื่อว่า The Da Vinci Code ครับ
    แต่น่าจะใช้ชื่อว่า The Grandfather Code มากกว่าครับ...
    เพราะรหัสทั้งหลายทั้งแหล่ ที่ปั่นหัวคนในเรื่อง มาจากคุณตาต้นเรื่องทั้งหมดเลยครับ...
  • เนื้อหาทั้งหมดในเรื่องนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาแค่ไม่เกิน 2 วันเท่านั้นเองครับ...
  • ตัวละครในเรื่องนี้น้อยมาก... นับๆ ดูมีหลักๆ แค่ ประมาณ 9 คน ล่ะมั๊งครับ
    เอามาเล่นเป็นละครรอบกองไฟได้เลย ถ้าอุปกรณ์พร้อมนะครับ...
  • อ่านแล้วจะได้รู้อะไรแปลกๆ ดีครับ เช่นว่าทำไมจึงเกิดตำนานแม่มด ซาตาน ฯลฯ
    และเหตุผลที่ทำให้เกิดการฆ่าพวกนอกรีต และกำเนิดกองทัพอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ
  • ปมในเรื่องก็ง่ายเกินไป เดาตัวผู้ร้ายง่ายมาก อยากให้เขามาศึกษาการ์ตูนนักสืบคินดะอิจิก่อนครับ
    เอาให้มันมีปมซับซ้อนเยอะๆ อีกหน่อย น่าจะทำให้สนุกกว่านี้
  • ปมในเรื่องส่วนใหญ่เกิดจากการเล่นคำ และความรู้ด้านประวัติศาสตร์ครับ
  • ไม่มีฉากอีโรติก... ถ้าเอามาทำเป็นหนัง... จะเอาอะไรดึงดูดคนดูล่ะครับ...

นอกนั้นก็เรื่อยๆ มาเรียงๆ ครับ นึกไม่ออกละ...

ส่วนใครที่คิดว่ามันหนาเกินไป กลัวอ่านไม่จบ...
ลองไปเดินหาหนังสือนวนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา มาอ่านนะครับ...
ทั้งชุด 48 เล่มจบเท่านั้นเอง... แต่ละเล่มก็ประมาณสองร้อยกว่าหน้า...
อ่านกันเหงือกแห้งเลยล่ะครับ... ผมเองอ่านได้แค่ครึ่งจบภาคแรก แล้วก็ถอดใจครับ...

อ่านมาจนจบ มีข้อเสียมั๊ยเนี่ย....
ถ้ามีคงมีแค่มันหนักไปหน่อยแค่นั้นล่ะมั๊งครับ...
แต่อ่านแล้วเปิดโลกดีครับ... หายโง่บางเรื่องไปเยอะเลย...

eXTReMe Tracker

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากอ่านนะ
เค้าว่า ซาหนุก
แต่ เห็นขนาด ละ กัว ง่ะ...

#1 By vivi on 2005-11-11 22:25

อือ ได้มาอ่าน review อย่างนี้ทำให้อยากอ่านเพิ่มขึ้นนะครับเนี้ย

แต่ผมไม่ค่อยชอบหนังสือที่มีปกซ้อนไว้แบบนี้เลยครับ ถือไปไหนมาไหนมันมักจะยับยู้ยี้ไปหมดครับ ปกติถ้าเป็นหนังสือแบบนี้ผมจะถอดปกเก็บไว้ที่บ้าน อ่านจบแล้วค่อยเอามาประกอบแล้วเก็บครับ

ขอบคุณนะครับที่มา reiview ให้อ่านนะครับ

ปล. จะแข่งกันคิดมากกับผมเหรอครับ อย่าดีกว่าครับ แข่งอะไรที่มันดีดีดีกว่าเนอะ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมยอมแพ้แล้วกันครับ เหอะเหอะเหอะ
ปกแข็งดูสวยนะคะ
เรีบยนศิลปะมา แต่ไม่กล้าอ่านเรื่องนี้ เพราะเพื่อนๆทุกคนบอกว่าอาจแล้วขัดอกขัดใจคนที่เรียนประวัติศาสตร์ศิลป์มาเยอะๆ


มีเพื่อนคนนึง จะไปเที่ยวอิตาลี ก็เลยดำริว่าจะอ่านรหัสลับดาวินชีก่อนไป จะได้ดูงานศิลปะแล้วเข้าใจ
................

เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว

#3 By แมวหลอน haunted cat on 2005-11-11 22:35

กลับไปอ่านต่อดีกว่า
เจ๊แมวเผยความลับ..เรียนศิลปะมา

#4 By ยายแม่บ้าน on 2005-11-11 22:39



คุณแมวหลอน ฝากตามหาสาว JAL คนนึงสิครับ

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2005-11-11 22:39

เป็นหนังสือที่อ่านไปสิบหน้าแล้วโยนให้เพื่อนไปเลยครับ
ยกให้มันไปเลย ไม่ต้องเอามาคืนด้วย
เพราะอ่านไปแล้วจำชื่อตัวละครและสถานที่ไม่ได้ งงมากครับ อ่านยากมาก
ชื่อฝรั่งเศสมากๆ ไม่ถนัดเลย
ขอพลาดหนังสือดีดีไปซักเล่มแล้วกัน
เจ๋งอ่ะ
ละเอียดดีจังค่ะ
ซื้อมานานแล้ว แต่ยังไม่เริ่มอ่านเลย
เพราะเรื่องนี้ถ้าไม่มีสมาธิจริงๆ
แล้วอ่านไม่เข้าใจแน่ๆ

#7 By @ I'm a Box @ on 2005-11-12 10:30

ปัญหาคือต้องผ่าน 10 บทแรกไปให้ได้ครับ
แล้วหลังจากนั้นจะสนุกแล้วครับ
บทแรกๆ จะไม่ค่อยมีอะไร... น่าเบื่อ...

#8 By โก๋สิจ๊ะ on 2005-11-12 13:30


สงวนลิขสิทธิ์ Creative Commons:Attribution-Noncommercial 3.0 Unported